ชาไทย ในสายตาต่างชาติ

ชาไทย ในสายตาต่างชาติชาไทย ชาเย็น

จากเว็บไซต์ต่างประเทศ organicfacts.net มีการพูดถึงประโยชน์ และวัฒนธรรมการดื่มชาไทย ของฝั่งเอเชีย

ว่าการดื่มชาไทยเป็นวัฒนธรรมอีกอย่างที่อยู่คนละฝั่งกับยุโรป นอกจากชาใช้ดื่มเป็นวัฒนธรรมแล้วยังช่วยในด้านประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

เว็บไซต์ organicfacts.net ยังอธิบายชาไทยอีกว่า ชาไทยนั้นเป็นชาที่มีอยู่มาดั้งเดิมนิยมเสริฟทั้งแบบร้อนและเย็นและมักจะเตรียม น้ำตาล และนม ทั้งนี้ยังมีส่วนผสมต่างๆที่ คนฝั่งเอเชียนิยมนำมาผสมผสานกับชาอย่างเช่น ใบชาชนิดอื่น โป๊ยกั๊ก หรือแม้แต่เมล็ดมะขาม (อันนี้เขาเขียนมาแบบนี้จริงๆนะ) ส่วนตัวเลือกอื่นๆที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ๆ ก็จะเป็นในส่วนของ ครีม นมสด ฟองนม เป็นต้น ชาไทยจึงเป็นที่นิยมเรื่อยมา

ในแง่ของคาเฟอินที่อยู่ในชา จะอยู่ที่ประมาณ 50-60 มิลิกรัมต่อ 8 ออนซ์ ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่ง ที่ได้รับคาเฟอินจากกาแฟเลยทีเดียว ชาไทยเป็นที่แปลกตาของชามต่างชาติมาก เพราะชาเป็นสีส้ม สีเหลือง หรือ สีแดงอ่อน ต่างจากชาฝั่งยุโรปที่มักจะเป็นสีใสส่วนใหญ่  ผู้เขียนยังบอกอีกว่าชาไทยส่วนใหญ่ที่วางขาย ในยุโรป มักจะผสมสีผสมอาหารเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบชา

ชาเย็น

            ประโยชน์ของชาไทย

น้ำตาลโปรตีนและไขมันมักจะได้รับจาก ชาไทย จะมีแคลลอรี่อยู่ประมาณ 180-300 แคลต่อแก้ว ซึ่งไขมัน และแคลอรี่นี้ได้มาจากน้ำตาลและนม ขึ้นอยู่กับการชงของแต่ละคนอีกด้วย แคลอรี่นี้ไม่ได้มาจากตัวชาเอง ในส่วนของตัวชาเองนั้นให้ วิตามินเอ วิตามินดี แคลเซียม และยังให้สารต้านอนุมูลอิสระ สารเหล่านี้จะได้รับจากใบชา

โรคมะเร็ง

เช่นเดียวกับชาชนิดอื่นๆ ชามีสารต้านอนุมุลอิสระที่มีประสิทธิภาพมากมาย ชายังช่วยลดความเครียด ชายังมีสารที่ช่วยให้การกลายพันธ์ของเซลล์มะเร็งลดลง

ช่วยลดน้ำหนัก

แม้จะบอกว่าชามีแคลอรี่สูง ซึ่งมาจากนมและน้ำตาลแต่ชาก็ยังมีสารที่ช่วยให้ลดความหิวลงได้

พลังงาน

การมีคาเฟอินเป็นการช่วยให้มีพลังงานมากขึ้นและช่วยให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้นอีกด้วย

ชาเย็น

            สูตรชงชา แบบฝรั่งชง

เนื่องจากอุปกรณ์และแนวคิดที่ข้อนข้างต่างกันของชาวเอเชียและยุโรป ชาวต่างชาติมักไม่ค่อยเป็นวิธีการชงและการดื่มชาไทยจึงมีวิธีการทำที่ต่างกันไป วันนี้เว็บ บลูมอคค่า จะนำวิธีที่ฝรั่งชงชาไทยมาให้ดูกัน

ขั้นตอนการทำมีดังนี้

  1. ต้มน้ำในหม้อให้น้ำค่อยๆเดือด
  2. เพิ่มชาไทยลงไปในน้ำเดือด (ไม่ใช้ถุงกรอง)
  3. คนให้ชาเปียกชุ่มให้ทั่ว จนสีเริ่มเข้มขึ้น
  4. ตั้งหม้อเปล่าวอีกใบแล้วใช้ผ้าขาวบางหรือตะแกรงวางบนหม้อ เทชาจากอีกหม้อลงไปอีกหม้อ
  5. เติม นมข้นหวาน น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง และครีมเทียม ตามชอบ

ตักน้ำแข็งใส่แก้วแล้ว เทชาลงในแก้วพร้อมเสริฟ หรือจะเสริฟร้อนก็ได้