เปิดร้านกาแฟ ให้ปังทำยังไง

เปิดร้านกาแฟ ควรเริ่มต้นทำยังไงร้านชาถุง

ปัจจุบัน คาเฟ่กาแฟเล็กๆ  เปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก  ถือเป็นหนึ่งในฝันของมนุษย์เงินเดือนที่อยากปลดแอกตัวเองเพื่อไปทำธุรกิจนี้  แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป  เพราะยังมีปัจจัยอื่นอีกมากที่หลายคนยังนึกไม่ถึง  สิ่งสำคัญที่สุด คือ ทำเลที่ตั้งร้านกาแฟ  และที่จอดรถ ลูกค้าสามารถแวะซื้อกาแฟได้สะดวก หลายคนนึกถึงห้างสรรพสินค้า ที่ตอบโจทย์ทำเลที่ว่านั้นได้ แต่ ร้านกาแฟในห้าง ต้องขายให้ได้อย่างน้อย 200-300 แก้วต่อวัน  เพื่อให้เพียงพอต่อค่าเช่าที่ และค่าพนักงาน  ที่ถือเป็นรายจ่ายหลักของธุรกิจนี้แต่หากคุณจะเปิดร้านกาแฟแบบ  สแตนอะโลน  เช่าชั้นล่างของอาคารพาณิชย์ เพื่อทำร้านกาแฟ แบบนั่งนานๆ นั่นเหมาะกับคนที่มีสภาพคล่องเพียงพอมากกว่า นี่คือสิ่งที่ควรรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ

  1. Staff พนักงานร้าน นายจ้างควรคัดสรรค์พนักงานร้านที่มีทัศนะคติที่ดี เนื่องจากพนักงานทุกฝ่ายของร้านเป็นหน้าเป็นตาให้กับร้านจึงควรคัดสรรค์ และพนักงานเป็นคนที่จะต้องสื่อสารกับลูกค้ามากที่สุด พนักงานควรมีจิตบริการมีความคิดในแง่บวก นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วนไหวพริบ มารยาทในการบริการลูกค้า และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้น ยังค่อยๆฝึกสอนกันไปได้ ร้านกาแฟ บางแห่ง รสชาติกาแฟหรืออาหารไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่บริการที่ดีแบบเกินความคาดหมายก็เป็นจุดที่ดึงดูดใจลูกค้าได้
  2. Additional Services ควรมีบริการเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า เช่นอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน มีที่นั่งสบายๆให้เช็คงาน หากกลัวลูกค้าจะนั่งแช่แล้วไม่สั่งเครื่องดื่มก็ควรจัดเป็น 1 ออเดอร์ ต่อ ไวไฟ 1ชั่วโมงหรือหากคาเฟ่มีขนาดกว้างขวางพอ กันพื้นที่ไว้สำหรับบริการ co-working space ก็ได้ การสะสมแต้มเพื่อแลกกาแฟฟรีก็ยังเป็นวิธีการที่ยังนิยมกันอยู่ จะทำให้ได้ลูกค้าประจำมากขึ้นอีกด้วย
  3. Preparation การวางแผนธุรกิจ ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จย่อมมากจากการวางแผนที่ดี เริ่มจากการร่างรายละเอียดคร่าวๆ เช่นธุรกิจที่จะทำคืออะไร และมีแนวทางอย่างไร ทำไมจึงเลือกธุรกิจนี้ มีวัตถุประสงค์ไว้เพื่ออะไร อะไรที่จะทำให้ธุรกิจเราก้าวหน้า หรือธุรกิจเราเหมือนและแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นอย่างไร การทำแผนธุรกิจจะทำให้มองเห็นภาพชัดเจนว่าธุรกิจเป็นอย่างไร ถ้าจะลงทุนต้องดำเนินการประมาณไหม
  4. Atmosphere บรรยากาศควรสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่นเป็นมิตร เมื่อเข้ามาในร้านแล้วรู้สึกผ่อนคลาย หากนึกไม่ออกให้ลองนึกว่าตัวเองเป็นลูกค้าแล้วเขียนสิ่งที่ชอบและไม่ชอบลงไป แล้วลองออกแบบให้ได้ตามที่ต้องการ เช่น มีโซฟานั่งสบายๆ ตกแต่งไปด้วยดอกไม้ โคมไฟสีส้ม เป็นต้น ควรพิถีพิถัน ออกแบบและตกแต่งทั้งภายในและภายนอกร้าน ซึ่งเทคนิคการตกแต่งร้านสามารถอ่านได้ในบทความ (ลูกค้าแน่นร้านเพราะตกแต่แบบนี้) นอกจากกาแฟแล้วควรมีทางเลือกอื่นให้ลูกค้าอย่างเช่น ขนมเค้ก หรือ ชาเป็นต้น (สามารถอ่านได้ในบทความ ชาทางเลือกใหม่ ) ภายในร้านควรมีดนตรีเปิดคลอเพื่อเพิ่มบรรยากาศให้ดีขึ้นด้วย
  5. Product สินค้า ที่มีควรทดสอบผลิตภัณฑ์ที่จะใช้หรือวางจำหน่ายให้มั่นใจเสียก่อนส่วนสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับร้านชา-กาแฟก็คือชาและกาแฟซึ่งเป็นสินค้าหลักดังนั้นควรทดสอบให้มั่นใจเสียก่อนว่ารสชาติชาและกาแฟนั้นดีพอที่จะแข่งกับคนอื่นได้โดยกรทดลองเอง และที่สำคัญที่สุดคือการร้านกาแฟ

รู้สูตรการชงที่ถูกต้องทั้งชาและกาแฟภายในร้านอาจจะมีขนมที่สามารถทานคู่กับชาหรือกาแฟจำหน่ายไว้ด้วย ถ้าหากมีอาหารจานเดียวไว้บริการอย่างเช่นเมนู สลัด หรือแซนด์วิช ควรเลือกเมนูที่ เด็ดๆทานแล้วอิ่มท้องไว้สัก 3-4 เมนูก่อน หลังจากที่เปิดร้านไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ก็เก็บข้อมูลไปด้วยว่าเมนูไหนที่ลูกค้าสนใจหรือเมนูไหนที่ลูกค้าไม่ค่อยสั่งแล้วค่อยๆเพิ่มและลดลงไปตามลำดับ นอกจากจะขายชาและกาแฟได้แล้วยังอาจจะขายขนมและอาหารได้ดีอีกด้วย

  1. Budget เงินทุน ในที่นี้รวมไปถึงทั้งเงินทุนกำไรและเงินอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าของผู้ประกอบการ ควรจัดสรร ออกเป็นอย่างน้อย 3 ส่วน
  2. คือเงินทุนที่ใช้จ่ายภายในร้านใช้สำหรับ ซื้อของเข้าร้าน จ่ายค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าและค่าอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับทางร้าน
  3. เงินฉุกเฉิน คือเงินที่ต้องเตรียมไว้เป็นกรณีฉุกเฉินที่จำเป็น อย่างเช่น การซ่อมแซมร้าน หรืออุปกรณ์ต่างๆในกรณีที่อาจเกิดอุบัติเหตุหรือภัยต่างๆ
  4. เงินสำรอง หรือเงินเก็บ คือเงินที่สำรองไว้ใช้จ่ายในอนาคต ในกรณีที่ต้องการขยายร้านต่อเติมร้านหรือขยายสาขา หากธุรกิจของคุณไปได้สวย หรือถ้าหากมองเห็นแล้วว่าธุรกิจคุณอาจไปในทางที่ไม่ดีขึ้นเงินส่วนนี้นำกลับมาพัฒนาบริหารธุรกิจต่อได้ หรือหากปิดกิจการเราก็จะส่วนนี้สำรองไว้ใช้สูตรชา

ธุรกิจกาแฟที่นิยม

ธุรกิจกาแฟจัดเป็นธุรกิจที่กำลังอยู่ในกระแสนิยมมากในปัจจุบัน มีผู้สนใจทำธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยจะซบเซาลงก็ตาม แต่ธุรกิจกาแฟก็ยังสามารถขยายตัวได้  อย่างไรก็ตามผู้ที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจกาแฟนั้นจะต้องมีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร การตลาดหรือความชื่นชอบในรสชาติของกาแฟ ฯลฯ คนที่จะอยู่รอดได้ในธุรกิจนี้ จะต้องมีการเตรียมตัวที่ดี มีการทำการบ้านและการพัฒนาตัวเองมากพอสมควร การงัดไอเดียสร้างสรรค์ออกมาใช้มากขึ้น ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จจึงต้องใส่ใจรายละเอียดต่างๆ แต่งเติมเสน่ห์, สีสัน, กลิ่น, รสชาติและการบริหาร เพื่อให้ลูกค้านั้นเข้ามาอุดหนุนและเป็นลูกค้าในระยะยาว