“มองหาทำเลที่ดี มีลูกค้ามากมาย จะช่วยให้ขายได้ แบบไม่ต้องออกแรงประชาสัมพันธ์” 

เลือกรูปแบบของร้าน

แบบที่มีสูตรเอง คิดเอง ทำเอง ต้องเพิ่มความโดดเด่นให้กับสินค้าและร้าน อาจจะเป็นการตั้งชื่อเมนูแปลก ๆ เก๋ ๆ ไม่ซ้ำใคร ให้ลูกค้าอยากลอง หรือจดจำได้ และอย่าลืมที่จะสร้างเรื่องราวให้มีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร  บางร้านก็เล่าเรื่องราวถิ่นกำเนิดของกาแฟที่นำมาชง บ้างก็กรรมวิธีชงที่มีใช้ความร้อนกี่องศา มีคุณภาพดียังไง หรือหากเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ก็ควรบอกประโยชน์ของเมนูแต่ละแก้ว ว่าดีอย่างไร แก้วนี้กี่แคลอรี่ ช่วยบำรุงสมอง สายตา รักษามะเร็ง บลาๆๆ รับรองขายได้ขายดี

แบบแฟรนไชน์ ก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน มีมากมายหลายแบรนด์ และหลายขนาดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบคีออส ร้านขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับมือใหม่ ที่ได้เรียนทางลัด ได้รู้ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การขาย การบริหารและการจัดทำระบบบัญชี แต่มีข้อเสียตรงที่ค่าแฟรนไชน์และเงินลงทุนค่อนข้างสูงซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์และเงินในกระเป๋าเราเองว่าจะใช้แบรนด์ไหนดี

“รูปแบบไหน ก็มีข้อดี ข้อเสีย ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความพร้อมและการเรียนรู้ที่จะพัฒนา”

การตกแต่งร้านที่เก๋ไก๋ ดูดีมีดีไซน์

เราไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไปถึงจะมีดีไซน์ บางร้านแต่งแบบไม่เยอะ ดูแล้วสบาย ๆ แต่มีเอกลักษณ์ หรือแปลกตา น่าเข้าไปแวะเวียนใกล้ ๆ  แต่งร้านสไตล์เก๋ ๆ น่ารัก ๆ ดูอบอุ่นและเป็นมิตร ซึ่งมองจากข้างนอกแล้วอยากจะเข้าไปนั่งบ้าง หรือมีมุมถ่ายรูปแบบชิค ๆ ให้ลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ เป็นเทรนด์ที่ขาดไปไม่ได้เลยในยุคนี้ รวมถึงที่กล่าวไปข้างต้น ที่ต้องสร้างเรื่องราว (Story Telling) ให้ลูกค้าอยากบอกต่อ มาแล้วมาอีก

“การแต่งร้านให้น่ามอง เป็นเอกลักษณ์ที่บอกตัวตนและเป็นการสร้างแบรนด์อย่างหนึ่ง”

การบริการ

การบริการเป็นวิธีมัดใจลูกค้าที่ดีที่สุด การพูดคุย ยิ้มแย้มด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เป็นมิตร จะทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นกันเอง มีทัศนคติเชิงบวกต่อร้าน และเป็นปากเสียงให้ร้านเราได้อีกด้วยนะคะ

หากไม่ได้ดูแลร้านเอง ก็ต้องหมั่นฝึกอบรมการบริการให้กับพนักงานหน้าร้านสม่ำเสมอ