ข้อแตกต่างของชาเขียว กับชา เขียวมัทฉะ

ชาเขียว กับชา เขียวมัทฉะ

ชาเขียว กับ มัทฉะมีความแตกต่างกัน แท้จริงแล้วชาเขียว 2 ชนิดนี้ มีที่มาจากประเทศญี่ปุ่นเหมือนกัน ชาเขียวก็คือ green tea ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใบชา มาเป็นซองหรือผง เราก็เรียกว่าชาเขียว (green tea) ทั้งหมด เพียงแต่ว่าชาเขียวที่ผลิตออกมาต่างรูปแบบ มีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน สำหรับชาเขียวที่คนทั่วไปเรียกว่ากรีนทีนั้น แท้จริงแล้วชื่อเรียกดั้งเดิมของมันคือ เซนฉะ เป็นชาเขียวที่มีลักษณะเป็นใบๆ เวลากิน ชงกับน้ำร้อนกินแต่น้ำชา ส่วนใบชากรองออก ส่วนชาเขียวที่เราเรียกมัทฉะ มีลักษณะเป็นผงชาเขียวที่นำใบชามาบดจนละเอียด เวลากินนำผงชาไปผสมกับน้ำร้อน คนให้เข้ากันแล้วดื่มได้ทั้งหมด ไม่ต้องกรองส่วนใดออก หากกล่าวถึงความแตกต่างของชาทั้ง 2 แบบนี้ เริ่มต้นตั้งแต่วิธีการปลูก การดูแล ไปจนถึงกรรมวิธีผลิตเลยทีเดียว

ชาเขียวกับชาชาเขียวมัทฉะ และการผลิตที่ต่างกัน

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ (Green tea) เป็นชาที่ไม่ผ่านกระบวนการหมัก ต่างจากชาดำ ชาอู่หลง กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากการหยุดการทำงานของเอนไซม์ Polyphenol oxidase ที่อยู่ในใบชาสดโดยการอบด้วยไอน้ำ (steaming) เพื่อทำให้เอนไซม์ polyphenol oxidase ไม่สามารถเร่งปฏิกิริยา oxidation และ polymerization ของ polyphenols ที่อยู่ในใบชาได้ เสร็จแล้วนำไปนวด (rolling) เพื่อทำให้เซลล์แตกและนวดเพื่อให้ใบชาม้วนตัว จากนั้นนำไปอบแห้ง สีของน้ำชาจึงมีสีเขียวต้นชาที่จะนำมาผลิตเป็นมัทฉะ มีการปลูกและดูแลที่ซับซ้อนกว่าชารูปแบบอื่น ในขั้นตอนการปลูกช่วงที่ใบชาแตกยอด ก่อนเก็บเกี่ยวต้องคลุมป้องกันไม่ให้ชาได้รับแสดงแดดโดยตรง ต้นชาจะผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้นเพื่อช่วยให้สังเคราะห์แสดงได้ดีขึ้น ใบชาจึงมีสีเขียวเข้ม เหมาะกับการนำไปทำมัทฉะ นอกจากนี้ชาจะมีการสร้าง amino acids ส่งผลให้ชามีรสชาติหวานขึ้นด้วย หลังจากที่เก็บยอดชาไปผ่านกระบวนการผลิตชาแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายต้องนำใบชามาบดโดยครกหินที่ทำให้เกิดความร้อนน้อยที่สุด เพื่อรักษารสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกบลักษณ์ไว้ ได้ออกมาเป็นผงละเอียดเหมือนแป้ง ใช้เวลานานกว่าจะได้ผงชาออกมาจำนวนหนึ่ง ทำให้มัทฉะมีราคาสูงกว่าชาเขียวชนิดอื่นๆ ดังนั้น เมื่อพูดถึงมัทฉะแล้วก็จะหมายถึงใบชาญี่ปุ่นชั้นดีที่บดละเอียด และเป็นชาที่ถูกนำไปใช้ในพิธีชงชาของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้มีการประยุกต์นำมัทฉะมาทำเป็นเครื่องดื่ม โดยบรรจุมัทฉะในซอง เวลาทานให้เทมัทฉะผสมลงน้ำร้อน คนให้ละลายเข้ากัน ดื่มได้ทันที หรือนำมาผสมกับนมเป็นเมนู มัทฉะลาเต้ ก็เป็นที่นิยมไม่น้อย มัทฉะยังสะดวกในการใช้เป็นส่วนผสมของอาหารและขนมต่างๆ อีกด้วย

ประโยชน์ของชาเขียวและชาเขียวมัทฉะแตกต่างกัน

ประโยชน์อยู่ที่สารต่างๆ ที่อยู่ในชา สารสำคัญหลักๆ คือ ธีอะนีนและคาเทชิน

  • ธีอะนีนเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งเป็นสารสำคัญที่พบมากในชาเขียว มีผลเกี่ยวข้องกับกระแสประสาท ให้ฤทธิ์ในเรื่องของการผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้เกิดสมาธิ คิดอ่านได้ดีขึ้นและยังส่งเสริมคุณภาพของการนอนหลับ ทำให้หลับสนิทยิ่งขึ้นด้วย
  • คาเทชิน มีฤทธิ์เป็นสารต้านออกซิเดชัน (antioxidant) ที่จับกับอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ เพิ่มความสามารถในการจดจำ สามารถลดไตรกลีเซอไรด์ ลดคอเลสเตอรอล ลดการดูดซึมไขมันในลำไส้และการสะสมของไขมัน เพิ่มการใช้พลังงาน จึงมีคนกล่าวว่าการดื่มชาสามารถลดความอ้วนได้ ที่สำคัญช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในร่างกายได้อีกด้วย
  • แต่ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวกรีนที(เซนฉะ) หรือชาเขียวมัทฉะ ต่างก็มีทั้ง ธีอะนีนและคาเทชินเช่นกัน อาจจะมีมากมีน้อยต่างกันบ้างถ้าคุณชอบดื่มชาเขียวไม่ว่าแบบไหนคุณก็ได้ทั้งความอร่อยและคุณประโยชน์แก่ร่างกายแน่นอน

สูตรชาเขียว

มัทฉะลาเต้

ขั้นแรกเตรียมวัตถุดิบ ง่ายๆ หาซื้อได้ทั่วไป

  1. ผงมัทฉะ 15 กรัม หรือ 1 ช้อนโต๊ะ
    2. น้ำเปล่า 20 ML.
    3. น้ำเชื่อม 10ML.
    4. นมข้นหวาน 10ML.
    5. นมสด 150ML.

วิธีทำ
1. เตรียมขวด หรือ กระบอกน้ำ อะไรก็ได้ที่มีฝาปิด
2. ใส่น้ำแข็งลงไปนิดหน่อย
3. ใส่ผงมัทฉะ น้ำเชื่อม นมข้น น้ำเปล่า ปิดฝาเขย่าสัก 10-20วินาที จนละลายเข้ากัน
4. เตรียมน้ำแข็ง ใส่แก้ว เทนมสดรอไว้
5. เทชาเขียวที่เขย่าแล้วลงไป
6. เท่านี้ก็เสร็จ อร่อยฟิน! หรือ อยากเพิ่มความงาม ให้ตีฟองนมโรยหน้า แล้วโรยผงชาเขียวอีกหน่อย

ชาเขียวพรีเมี่ยม

ส่วนผสม
– ผงชาเขียว 4 ช้อนโต๊ะ
– น้ำร้อน 750 ml.
– นมข้นหวาน ตามใจชอบ
– น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
– นมสด
– วิปปิ้งครีม
– น้ำแข็ง

วิธีทำ
1. นำผงชาเขียวใส่ในถุงกรองชา แช่ในน้ำร้อน ประมาณ 3-5 นาที (อย่าแช่นาน ชาจะขม รสเฝื่อน) จะเหลือน้ำชาประมาณ 600 ml.
2. ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้ละลาย
3. เติมนมข้นหวานลงไปตามใจชอบ คนให้เข้ากัน (ให้น้ำชาเขียวหวานกว่าที่ชอบนิดหน่อย ต้องไปผสมกับนมสดและน้ำแข็ง)
4. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว ให้ล้นแก้วนิดหน่อย
5. ใส่นมสดลงไป 2/3 แก้ว หรือตามใจชอบ (ใครชอบกลิ่นชาเขียวแบบเข้มข้น ให้ลดปริมาณนมสดลง)
6. เทน้ำชาเขียวลงไป
7. บีบวิปปิ้งครีมตกแต่ง