ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่ วางแผนยังไง ให้ได้กำไร

ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่

ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่ เป็น กะเเสและเป็น อะไรที่มาแรงมากๆ เลย ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ สำหรับการมีบริการ เดลิเวอรี่ ก็เป็นส่วนสำคัญ ที่ตอบโจทย์ ลูกค้า เพราะด้วย ไลฟ์ไตล์ในปัจจุบัน ผู้บริโภคส่วนใหญ่ ชอบความสะดวกสบาย

แต่สงสัย บ้างไหม ว่า บางร้าน หรือบางบริการเดลิเวอรี่ ที่ทำแล้วได้กำไรน้อย หรือขาดทุน บางรายเองก็เสีย ลูกค้าประจำไป เป็นเพราะอะไร

ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่

ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่ ควรเริ่มต้นอย่างไร

อย่างที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันนี้ การแข่งขัน ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเรื่องโปรโมชั่น เรื่องการโปรโมทการตลาด ในช่องทางต่างๆ รวมถึงบริการทาง เดลิเวอรี่ที่กำลังนิยมกันอย่างสูง ในกลู่มลูกค้าที่ ต้องการ การบริการแนวนี้ เเละยิ่ง กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการวางสมดุล จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของ กิจการ เเละ บริหารร้าน ที่พ่วงกับเดลิเวอรี่ ให้มีปัญหาน้อยที่สุด

ปัญหา ที่มักจะเกิดขึ้น ในการทำร้านชานม และบริการเดลิเวอรี่

ร้านชานมไข่มุก กับ บริการเดลิเวอรี่

การแข่งขันที่สูง ปัญหาการแข่งขันที่สูง ไม่ว่าจะเป็นในด้านของ โปรโมชั่นร้าน หรือ ด้านเดลิเวอรี่เองด้วย การบริการด้าน เดลิเวอรี่ กำลังได้รับความนิยม ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และยังได้รับ ความสนใจ ที่เพอ่มสูงขึ้น ยังตอบโจทย์ ให้ลูกค้า ที่ชอบความสะดวกสบาย ทำให้เกิดการแข่งขัน ในธุรกิจเดลิเวอรี่ ค่อนข้างสูง และมีตัวเลือกมากขึ้น และหลายๆร้าน ก็พยายามดึงลูกค้า ด้วยการส่งฟรี

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริการ บริการเดลิเวอรี่ เป็นอะไรที่ดี และตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าบางกลุ่ม ทั้งนี้ผลดีของการเป็น พาร์ทเนอร์ของ บริการเดลิเวอรี่ ก็คือการ ทำให้ลูกค้ารู้จักร้านของคุณเอง เพิ่มมากขึ้น

ซึ่งปัญหาก็คือ เมื่อก่อน การส่งสินค้าอาหาร เกิดจากการที่ เจ้าของร้าน ทำการส่งเอง เเต่เมื่อมี บริการเดลิเวอรี่ เข้ามานั้น ก็จะมีการคิด เปอร์เซนในการบริการ ส่งผลให้ เจ้าของ ก็ต้องมาคำนวนให้ได้กำไรเองอีก

ยกตัวอย่าง

พาร์ทเนอร์ Foodpanda มีค่าคอมมิตชั่น 35 % คิดง่ายๆเลยก็คือ ค่าสินค้า รวมส่งทั้งหมดเป็น 100 บาท เฉลี่ยเป็น ค่า ส่งที่ขึ้นในแอพเก็บจาลูกค้า 15 บาท ค่านายหน้าจาก บริษัทFood panda 35 บาท ค่าสินค้า 40 บาท ค่าคนขับขนส่ง 10 บาท รวมเเล้วก็จะเป็น 100 บาทพอดี

ดังนั้น เราควรคำนวน และพิจารณา จากพาร์ทเนอร์เจ้าต่างๆ ว่ามีการคิดค่าบริการ มากน้อยแค่ไหน แล้วนำค่าบริการ มาคิดตามนี้ ค่าพาร์เนอร์ + ค่าขนส่ง + ค่าสินค้า + ค่าส่งจากลูกค้า = ราคารวม

Grad food สั่งอาหารราคา 150 บาท ค่าส่งอีก 20 บาท รวมเป็น 170 บาท เฉลี่ยเงินทั้งหมดจะได้ดังนี้
-ให้ร้านอาหาร 105 บาท 70% ของออเดอร์
-ให้แกร็บ 45 บาท ค่าคอม 30 %
-ให้พาร์ทเนอร์คนส่งอาหาร 50-60 บาทโดยประมาณ ซึ่งจะได้จาก ค่าส่งที่คิดจากลูกค้า + เงินสบทบจากแกร็ปแต่ละตรั้งที่รับงาน

LINE MAN จะคิดค่า GP อยู่ที่ 30% ของออเดอร์นั้น ๆ อย่างเช่น ออเดอร์ที่ 1 จำนวน 100 บาท ร้านค้าต้องจ่ายให้ทาง LINE MAN 30 บาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่เยอะเหมือนกัน ทำให้บางร้านค้าที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้ ไปบวกค่าเพิ่มในค่าอาหารเพราะไม่สามารถแบบรับภาระเพิ่มเติมตรงนี้ได้เอง

Gojek สำหรับผู้บริโภค ค่าบริการเริ่มต้น 5 กิโลเมตรแรก 10 บาท จากนั้นคิดตามระยะทางร้านอาหารที่เข้าร่วม คิดค่า GP เท่าเดิม คือ 30% นอกจากนี้ยังมี GET Runner หรือคนส่งอาหารโดยการเดิน ปั่นจักรยาน ได้ด้วย

จากที่ขายหน้าร้าน เมื่อมาร่วมขายกับ พาร์ทเนอร์ จึงควรปรับราคาขึ้นมาก ประมาณ 5-15 บาท จะอยู่ในอัตตราที่ผู้บริโภคพอใจ และสามารถจ่ายได้

ในส่วนค่าคอม ค่าบริการอื่นๆ ที่คิดเป็น เปอร์เซนต์

เทคนิค ดึงยอดขาย ธุรกิจชากาแฟ

ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร หรือ ร้านชานม ร้านกาแฟ ควรรับการ ปรับตัวแบบนี้ไห้ไหว เพื่อนำประโยชน์ ของธุรกกินเดลิเวอรี่ มาปรับใช้ ให้เกิดประสิธิภาพ ให้มากที่สุด

จัดระบบ สำหรับร้านที่ขายทั้งหน้าร้าน และ ทำระบบเดลิเวอรี่ด้วย อาจจะมีการเกิด ปัญหา หรือ สับสน ด้านการรับออเดอร์ หรือมีการรัน ออเดอร์ผิด ดังนั้นจึงควร วางแผนระบบภายในร้าน อย่างระบบคิว และรัน ออเดอร์ให้ดี ส่งผลไปถึง ระบบภายในครัวเองด้วย แยกให้เห็นได้ชัด ว่า ออเดอร์มาจากทางไหน จะช่วยป้องกันความ ผิดพลาดได้

ธุรกิจชากาแฟ

ยิ่งถ้าเป็นร้านที่ มีหน้าร้านให้นั่ง การที่มีออเดอร์ เดลิเวอรี่เข้ามามากนั้น ก็อาจส่งผลเสียได้ เพราะ นอกจากจะต้องเร่งทำให้ ลูกค้าที่เป็นเดลิเวอรี่แล้ว ก็ยังต้อง ควบคุมเวลาให้ลูกค้าหน้าร้านเองด้วย ไม่เช่นนั้น เราเองอาจจะเสียลูกค้า หน้าร้านไปเลยก็ได้

ในอนาคต กับธุรกิจแนวเดลิเวอรี่ ในไทยเองตอนนี้อาจจะยังคงไปได้เรื่อยๆ แต่ทางต่างประเทศ เน้นในบางประเทศ เริ่มได้รับความนิยมลดลง บ้างแล้ว เนื่องจาก ผู้ประกอบการบางราย ไม่สามารถอยู่รอดได้ เพราะการที่ แบ่งสัดส่วนต้นทุนเดลิเวอรี่ไม่ได้ ขายได้เยอะแต่ กำไรไม่มี ลูกค้าหน้าร้านน้อย จึงทำให้ ต้องปิดกิจการไปก็มี

ดังนั้น สิ่งสำคัญ ผู้ประกอบการ จึงต้องหาจุดสมดุลให้ได้ และควบคุมไม่ให้เอียงเอนไปใน ด้านใดด้านหนึ่ง ไม่เช่นนั้น จะทำให้ ธุรกิจเราเอง ไปไม่รอดก็เป็นได้

หวังว่า บทความเรื่องนี้ จะเป็นประโยชน์ให้กับ ผู้ที่ เข้ามาอ่าน หรือเป็น ประโยชน์ ให้กับผู้ประกอบการ หลายๆท่าน หากต้องการ อ่านบทความ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่หน้า บทความ ได้เลยนะคะ

วิธีต้มไข่มุกให้นุ่ม และวิธีทำไข่มุกเอง ฉบับมือใหม่ก็ทำตามได้
Uncategorized

วิธีต้มไข่มุกให้นุ่ม และวิธีทำไข่มุกเอง ฉบับมือใหม่ก็ทำตามได้

By กันยายน 14, 2021 0
วิธีต้มไข่มุกให้นุ่ม เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับร้านชาน […]
วิธีทำชามะนาว ด้วยMoka pot ทำง่ายอร่อยเข้มข้น
Blog สูตรชง สูตรชาแดงหรือชาไทย

วิธีทำชามะนาว ด้วยMoka pot ทำง่ายอร่อยเข้มข้น

By กันยายน 11, 2021 0
วิธีทำชามะนาว ด้วยหม้อต้มmoka pot ฉบับง่าย ๆ ให้ดูมีมูล […]
6 วิธีแก้ปัญหารสชาติกาแฟไม่เข้มข้น ให้อร่อยกลมกล่อม
Blog

6 วิธีแก้ปัญหารสชาติกาแฟไม่เข้มข้น ให้อร่อยกลมกล่อม

By กันยายน 7, 2021 0
รสชาติกาแฟ เป็นหัวใจสำคัญอย่างมากสำหรับร้านกาแฟ เพราะรส […]
วิธีทำพุดดิ้ง พุดดิ้งชานมไข่มุก ทำง่ายมาก
Blog

วิธีทำพุดดิ้ง พุดดิ้งชานมไข่มุก ทำง่ายมาก

By กันยายน 2, 2021 0
วิธีทำพุดดิ้ง พุดดิ้งไข่มุก พุดดิ้งลูกกลม ๆ นำไปเป็นท็อ […]
1 2 3 200

ชา เขียว มะลิ เป็น ใบ ชา อู่ หลง อบ กับ กลิ่น ดอก มะลิ มี ความ หอม กลิ่น ดอก มะ ลิ ผสม กับ ความ เข้ม ชา เขียว แท้ๆ ผ่าน กรรม วิ ธี การ หมัก และ บ่ม ตาม กาล เวลา ที่ เหมาะ สม ชา เขียว มะ ลิ ของ Bluemocha เป็น ชา ที่ ทุก คน สา มา รถ สัม ผัส ความ หอม ได้ ตั้ง แต่ ครั้ง แรก ที่ ชง และ รับ รู้ รส ชาติ ตั้ง แต่ ครั้ง แรก ที่ ดื่ม เหมาะ สำ หรับ ชง ใส่ กับ นม หรือ ชง แบบ เย็น สา มา รถ ชง ได้ทั้ง ถุงกรอง และ ขาย ชา เชียงใหม่ ชาไข่มุก สูตร ต้นตำหรับ หอม อร่อย ได้ กลิ่น ช้า ไต้หวัน แท้ๆ เปิดร้าน ชา กาแฟ ชา เขียว ชาไต้หวัน ชานมไข่มุก ชาไทย เปิด ร้าน ชาไข่มุก