วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ เมนู ตั้งราคา บริหารต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรสำหรับมือใหม่!

วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ เริ่มต้นง่าย งบน้อย ทำตามได้จริง!

หลายคนที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเล็ก ๆ มักจะมองหาทางที่ลงทุนไม่สูงและมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่ง “ร้านชา” หรือ “ร้านกาแฟขนาดเล็ก” มักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ เสมอ คุณอาจจะกังวลว่า “ชงชาไม่เป็นจะทำได้ไหม?” “ไม่รู้แหล่งซื้อวัตถุดิบจะโดนหลอกหรือเปล่า?” หรือ “กลัวว่าจะบริหารจัดการร้านไม่รอด?” แต่การเปิดร้านชาในปัจจุบันนี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากรู้วิธีการวางแผนที่ถูกต้อง บทความนี้จะมาบอก “วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ เริ่มจากศูนย์ก็ทำได้จริง!”

ตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกระแสชานมไข่มุกที่กลายเป็นเครื่องดื่มประจำชาติ หรือกระแสชาไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก นี่คือโอกาสที่ทุกคนสามารถเริ่มสร้างรายได้เสริม หรือปั้นเป็นธุรกิจหลักได้ แม้จะไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็ตาม Bluemocha จะพาไปดูทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมใจไปจนถึงวันเปิดร้านจริง พร้อมเทคนิคการเลือกวัตถุดิบคุณภาพจากโรงคั่วชา Bluemocha ที่จะช่วยให้มือใหม่กลายเป็นมือโปรได้ พร้อมแล้วไปดูกันเลย!

การเริ่มต้นธุรกิจโดยไม่มีทิศทาง ก่อนที่ทุกคนจะควักเงินลงทุนก้อนแรก ให้ลองนั่งทบทวนและตอบคำถาม 3 ข้อนี้ให้ชัดเจนที่สุด!

วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ เมนู ตั้งราคา บริหารต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรสำหรับมือใหม่!

เป้าหมายที่ต่างกัน ส่งผลต่อการลงแรงและลงเงินที่ต่างกัน

  • เพื่อรายได้เสริม : คุณอาจจะเปิดร้านเล็ก ๆ หน้าบ้าน หรือขายเฉพาะวันหยุด หรือเน้นขายผ่านแอปฯ เดลิเวอรี่หลังเลิกงาน การลงทุนจะไม่สูงมาก เน้นความคล่องตัว
  • เพื่อเป็นธุรกิจหลัก : คุณต้องทุ่มเทเวลา 100% ต้องมีการวางแผนการเงินที่รัดกุมกว่า มีแผนสำรอง และอาจต้องมองหาทำเลที่มีที่ดีซึ่งมาพร้อมกับค่าเช่าที่แพงกว่า

อย่าบอกว่า “ลูกค้าคือทุกคน” เพราะนั่นเท่ากับคุณไม่รู้ว่าจะขายใครกันแน่

  • วัยเรียน/นักศึกษา : ชอบของกินตามกระแส ราคาไม่แพง (19-35 บาท) รสชาติหวานมัน สีสันสดใส
  • วัยทำงาน/ออฟฟิศ : ยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อคุณภาพ (40-60+ บาท) ต้องการความเข้มข้น หวานน้อย หรือเมนูเพื่อสุขภาพ
  • คนในชุมชน/ตลาด : เน้นปริมาณคุ้มค่า ราคาประหยัด รสชาติเข้มข้นถึงใจ

รูปแบบร้านคือสิ่งสำคัญในการกำหนดงบประมาณ

  • ร้านชงแก้วเดี่ยว (Slow Bar) : เน้นความพิถีพิถัน อุปกรณ์น้อยแต่ใช้ฝีมือมาก
  • ร้านชานมไข่มุก : เน้นความเร็ว วัตถุดิบหลากหลาย มี Topping ให้เลือกเยอะ
  • ร้านชาไทย–ชาเขียวทั่วไป : เมนูมาตรฐาน เข้าถึงง่าย ขายได้ทุกเพศทุกวัย
  • เคาน์เตอร์เล็กหน้าโรงเรียน/ตลาด : ใช้พื้นที่น้อย ค่าเช่าถูก เน้น Take away
  • ร้านแบบคีออส (Kiosk) : ร้านสำเร็จรูป ตั้งในห้างหรือปั๊มน้ำมัน ดูเป็นมาตรฐาน
  • ร้านคาเฟ่นั่งดื่มเต็มรูปแบบ : ลงทุนสูง มีที่นั่ง มี WiFi ขายบรรยากาศคู่กับเครื่องดื่ม

ก่อนเริ่มต้นเปิดร้านชา มือใหม่ควรตอบให้ได้ 3 คำถามสำคัญ ได้แก่ เปิดร้านเพื่ออะไร?, กลุ่มลูกค้าของคุณคือใคร?, และต้องการเปิดร้านรูปแบบไหน? เพราะทั้งสามปัจจัยนี้จะเป็นพื้นฐานในการกำหนดงบประมาณ อุปกรณ์ เมนู และทำเลร้านอย่างเหมาะสม หากตอบได้ชัดเจนตั้งแต่แรก คุณจะสามารถวางแผนธุรกิจได้ถูกทิศทาง ลดความเสี่ยง และทำให้การเริ่มต้นเปิดร้านชาเป็นเรื่องง่ายขึ้น

คำถามยอดฮิตคือ “ต้องมีเงินเท่าไหร่?” ซึ่งการเปิดร้านชาสามารถปรับงบได้ตามขนาดร้านและรูปแบบการขาย ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กขายหน้าบ้าน ร้านแฟรนไชส์ในตลาดนัด หรือร้านเต็มรูปแบบในคอมมูนิตี้มอลล์ Bluemocha จะช่วยสรุปช่วงงบประมาณที่เหมาะสำหรับมือใหม่ พร้อมแนะนำอุปกรณ์และวัตถุดิบที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและเริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ

ร้านชาเป็นธุรกิจที่ยืดหยุ่นเรื่องงบประมาณมากที่สุดธุรกิจหนึ่ง

  • งบประหยัด (เริ่มต้น 5,000 – 10,000 บาท) : เน้นขายเดลิเวอรี่จากที่บ้าน หรือตั้งโต๊ะพับหน้าบ้าน อุปกรณ์พื้นฐานครบ วัตถุดิบซื้อแค่พอใช้
  • งบปานกลาง (15,000 – 30,000 บาท) : มีเคาน์เตอร์ หรือซุ้มขนาดเล็ก มีเครื่องซีลฝา มีป้ายเมนูสวยงาม
  • งบจัดเต็ม (50,000 บาทขึ้นไป) : ร้านมีที่นั่ง ตกแต่งสวยงาม เครื่องชงกาแฟสด หรือซื้อแฟรนไชส์

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก “น้อยแต่มาก” หากมีงบจำกัด สามารถใช้โต๊ะพับปูผ้าสวย ๆ หรือสั่งทำเคาน์เตอร์ไม้พาเลทราคาสบายกระเป๋า แล้วค่อย ๆ ขยับขยายเมื่อมีกำไร งบส่วนนี้เผื่อไว้ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท

ไม่ต้องซื้อของแพงที่สุด แต่ให้ซื้อของที่ “จำเป็น” ที่สุดก่อน

  • ถุงกรองชา : ราคาถูก ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สุด
  • เครื่องชงกาแฟ (ถ้ามี) : หากต้องการขายกาแฟสดด้วย อาจต้องเพิ่มงบ แต่ถ้าเน้นชาเป็นหลัก ถุงกรองคือคำตอบ
  • เหยือกตวง / แก้วตวง : ต้องมีสเกลที่แม่นยำ เพื่อรสชาติที่คงที่
  • เครื่องซีลฝา : แบบมือกดราคาหลักพันต้น ๆ ช่วยให้ร้านดูมืออาชีพและเหมาะกับการส่งเดลิเวอรี่
  • ช้อนตวง / ตาชั่งดิจิทัล : สำคัญมากสำหรับการตวงใบชาและส่วนผสม
  • แก้ว PET / หลอด : เลือกขนาดมาตรฐาน เช่น 16 ออนซ์ หรือ 22 ออนซ์

นี่คือสำคัญที่สุด “อุปกรณ์เปลี่ยนได้ แต่วัตถุดิบเปลี่ยนบ่อยลูกค้าหาย”

  • นมข้นหวาน/นมข้นจืด/นมสด : เลือกยี่ห้อท้องตลาดที่หาซื้อง่าย
  • ใบชา : ควรเลือกใบชาที่มีคุณภาพคงที่ สม่ำเสมอ แนะนำโรงคั่วที่มีมาตรฐาน เช่น Bluemocha เพราะมีสูตรการคั่วที่ออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการโดยเฉพาะ ให้สีสวย กลิ่นหอม และรสชาติเข้มข้น สู้กับนมและน้ำแข็งได้ดี ช่วยให้มือใหม่ชงอร่อยได้ง่าย ๆ ตั้งแต่แก้วแรก

อย่าลืมกันงบส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำป้ายไวนิลหน้าร้าน ป้ายเมนู และการยิงโฆษณาเล็ก ๆ น้อย ๆ บน Facebook ในช่วงเปิดร้าน (ประมาณ 2,000 บาท)

สำหรับคนไม่มีประสบการณ์ การเลือกใบชาอาจดูเป็นเรื่องยาก แต่หลักการจริง ๆ มีดังนี้

วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ เมนู ตั้งราคา บริหารต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรสำหรับมือใหม่!
  • ชาแดง : สำหรับทำชาไทย ชามะนาว ชาดำเย็น ต้องเลือกที่สีส้มสวยแต่ไม่น่ากลัวจนเกินไป กลิ่นต้องหอมฟุ้ง
  • ชาเขียว : สำหรับชาเขียวนม กลิ่นมะลิเป็นเอกลักษณ์ที่ลูกค้าคนไทยชอบ
  • ชาไต้หวัน : สำหรับชานมไข่มุก ต้องมีความฝาดนิด ๆ เพื่อตัดเลี่ยนนม
  • ชาสด : สำหรับเมนูชาใส หรือเป็นเบสชา สำหรับชงกับผลไม้
  • ชาผลไม้ : เช่น ชาพีช ชาเบอร์รี่ เหมาะสำหรับสร้างเมนูสดชื่น

ใบชาตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปอาจจะเหมาะกับการชงดื่มเองที่บ้าน แต่สำหรับทำขาย คุณต้องการใบชาที่ “เข้มข้นพิเศษ” Bluemocha เข้าใจจุดนี้ดี จึงพัฒนาสูตรที่เมื่อผสมนมข้นหวานและนมข้นจืดแล้ว กลิ่นชายังคงชัดเจน สีสันสวยงาม ไม่จืดจางเมื่อใส่น้ำแข็ง

อย่าเพิ่งเชื่อคำโฆษณา ให้ลองสั่งชุดทดลองมาชงชิมดูก่อน โรงงานที่ดีควรมีขนาดทดลองให้ผู้ประกอบการ ลองชงตามสูตรที่คุณจะขายจริง ถ้าอร่อย ค่อยสั่งซื้อในปริมาณมากเพื่อได้ราคาส่ง

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเปิดร้านชา เมนูคือสิ่งที่จะดึงดูดลูกค้าให้มาลองและกลับมาซื้อซ้ำ แต่หลายคนมักสับสนว่าจะเริ่มจากเมนูไหนดี ทำอะไรขายดี ทำอะไรต้นทุนต่ำ หรือควรมีเมนูเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับร้านเล็ก ๆ Bluemocha จะช่วยแนะนำเมนูพื้นฐานที่มือใหม่ต้องมี พร้อมเมนูยอดนิยมที่ทำง่าย ไม่ซับซ้อน และให้กำไรดี เหมาะสำหรับร้านเริ่มต้นที่ต้องการสร้างยอดขายตั้งแต่วันแรก

  • ชาไทย เมนูขายดีตลอดปี เมนูบังคับที่ทุกร้านต้องมี เทคนิคคือต้องชงให้สีสวย และรสชาติหวานมันกำลังดี เป็นเมนูวัดฝีมือของร้าน
  • ชาเขียวนม / ชาเขียวมะนาว เอาใจสายกรีนที ชาเขียวนมต้องหอมกลิ่นมะลิและนม ส่วนชาเขียวมะนาวต้องเปรี้ยวหวานสดชื่น ตัดเลี่ยนได้ดี
  • ชาไต้หวัน / ชานมไข่มุก เมนูยอดฮิตตลอดกาล ต้องคู่กับไข่มุกที่ต้มสุกใหม่ ๆ หนึบหนับ ไม่แข็งเป็นไต
  • เมนูโซดาเพิ่มยอดขาย (กำไรสูง) อิตาเลียนโซดา (แดงโซดา, เขียวโซดา, บลูฮาวาย) เป็นเมนูที่ต้นทุนต่ำมาก แต่ขายได้ราคาดี ทำง่าย ไม่ต้องต้มชา
  • เมนู Signature ของร้าน สร้างความแตกต่างด้วยเมนูพิเศษ 1-2 อย่าง เช่น “ชาไทยมะพร้าวน้ำหอม” หรือ “มัทฉะโฟมชีส” การมีเมนูแปลกใหม่จะช่วยดึงดูดลูกค้าขาจรให้มาลอง และสร้าง Content ลงโซเชียลได้ง่าย

หนึ่งในความท้าทายที่ทำให้ร้านชาเปิดใหม่อยู่รอดยากไม่ใช่เรื่อง “ขายไม่ได้” แต่เป็นเพราะ “คุมต้นทุนไม่เป็น” โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าต้นทุนต่อแก้วควรอยู่ที่เท่าไหร่? ต้องใช้อะไรบ้าง? และสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็นจริง ๆ การจัดการต้นทุนเปรียบเหมือนหัวใจของธุรกิจร้านชา หากทำถูกตั้งแต่แรก คุณจะกำไรชัดเจน ขายได้อย่างสบายใจ และขยายร้านได้ง่ายขึ้น หัวข้อนี้จะช่วยสอนวิธีคำนวณต้นทุนแบบมืออาชีพ แต่เข้าใจง่าย แม้ไม่เคยทำร้านมาก่อนก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที

วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ เมนู ตั้งราคา บริหารต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรสำหรับมือใหม่!
  • วิธีคำนวณต้นทุนต่อแก้ว (COGS)
    • สูตรคือ : (ราคาวัตถุดิบ / ปริมาณที่ซื้อ) x ปริมาณที่ใช้ต่อแก้ว ต้องคิดทุกอย่าง ทั้งใบชา น้ำตาล นม แก้ว ฝา หลอด ถุงหิ้ว และเผื่อค่าความเสียหาย (Wastage) ไว้สัก 5-10%
  • ตั้งราคาขายยังไงให้มีกำไร 40–60%
    • ถ้าราคาต้นทุนวัตถุดิบต่อแก้วอยู่ที่ 15 บาท ต้องการกำไร 50% ราคาขายควรเป็น 30 บาท (15 / 0.5) อย่าลืมบวกค่าที่ ค่าแรง และค่าไฟเข้าไปในกำไรส่วนต่างนี้ด้วย

Bluemocha แนะนำ

เทคนิคเพิ่มกำไรโดยไม่ลดคุณภาพ ใช้ใบชาที่ชงได้หลายรอบ หรือใบชาที่ให้สีและกลิ่นเข้มข้น ใช้ปริมาณน้อยแต่ได้รสจัด ทำชากลิ่นเข้มเพื่อผสมได้หลายเมนู ใบชาหนึ่งตัวอาจดัดแปลงได้ทั้งชานมและชาใส และเลือกวัตถุดิบราคาส่ง การซื้อใบชาจากโรงงานผลิตโดยตรง ซึ่ง Bluemocha ช่วยลดต้นทุนต่อถุงได้มากเมื่อเทียบกับซื้อปลีกตามห้าง

การเลือกทำเลคือหนึ่งในปัจจัยที่กำหนด “ยอดขาย” ของร้านชาโดยตรง โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้า ทำเลที่ดีสามารถทำให้ร้านใหม่ขายได้ทันทีตั้งแต่วันแรก ในขณะที่ทำเลที่ไม่เหมาะอาจทำให้ยอดขายเดินช้าแม้รสชาติจะดีแค่ไหนก็ตาม หัวข้อนี้จะพาคุณดูหลักการเลือกทำเลแบบเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจร้านชาอย่างมั่นใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกตั้งแต่แรกและไม่พลาดจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม

  • หน้าโรงเรียน ตลาดนัด คอมมูนิตี้มอลล์ ทำเลทองของเครื่องดื่มราคาประหยัด เน้นปริมาณคนเดินผ่าน (Foot Traffic) ยิ่งเยอะยิ่งดี
  • จุดขายใกล้รถไฟฟ้า / อาคารสำนักงาน เน้นช่วงเช้าและพักเที่ยง ต้องทำเวลาให้ไว รสชาติอัปเกรดขึ้นมาหน่อย ขายราคาแพงขึ้นได้
  • เปิดแบบเดลิเวอรี่ล้วนก็ได้ (GrabFood, LINE MAN, ShopeeFood) เหมาะมากสำหรับคนงบน้อย หรือทำเลร้านไม่ดี เปลี่ยนครัวที่บ้านเป็นหน้าร้าน (Cloud Kitchen) เน้นรูปถ่ายสวย ๆ และจัดโปรโมชันในแอปฯ

การเปิดร้านชาให้ “ขายได้” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติอย่างเดียว แต่แบรนด์คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจำร้านของคุณได้และกลับมาซื้อซ้ำ แม้คุณจะไม่มีพื้นฐานด้านการตลาดหรือการทำแบรนด์มาก่อน ก็สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ร้านได้ง่าย ๆ เพียงวางคอนเซปต์ให้ชัด เลือกสไตล์ที่เข้ากับลูกค้า และสื่อสารภาพลักษณ์ร้านผ่านชื่อ โลโก้ เมนู และโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ หัวข้อนี้จะพาคุณเริ่มสร้าง “ตัวตนของแบรนด์” ตั้งแต่ศูนย์ ให้ร้านชาของคุณโดดเด่นกว่าใครตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย

วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์ ตั้งแต่การเตรียมตัว เลือกวัตถุดิบ อุปกรณ์ เมนู ตั้งราคา บริหารต้นทุน พร้อมเคล็ดลับเพิ่มกำไรสำหรับมือใหม่!
  • ตั้งชื่อร้านให้ง่ายต่อการจำ สั้น กระชับ ได้ใจความ เลี่ยงชื่อภาษาอังกฤษยาว ๆ ที่อ่านยาก
  • ทำโลโก้ง่าย ๆ แนวมินิมอล ใช้แอปฯ อย่าง Canva ออกแบบเองได้ เน้นให้อ่านชื่อร้านออกชัดเจนเมื่ออยู่บนแก้ว
  • เมนูในร้านต้องมีเอกลักษณ์ ตั้งชื่อเมนูให้น่าสนใจ หรือถ่ายรูปเมนูให้ดูน่ากิน ภาพถ่ายสำคัญมากสำหรับการขายออนไลน์
  • ใช้ Social Media ช่วยการตลาด เช่น TikTok/Reels ถ่ายวิดีโอตอนเทนมลงในชา ตอนตักไข่มุก ให้เห็นความฉ่ำ Facebook/IG/Lemon8 โพสต์แจกสูตร หรือรีวิวจากลูกค้า และGoogle Maps ปักหมุดร้านเพื่อให้คนในละแวกนั้นค้นหาเจอ

บทความนี้ได้บอก “วิธีเปิดร้านชาไม่มีประสบการณ์” สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างธุรกิจร้านชาหรือคาเฟ่ขนาดเล็ก โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านแนวคิด การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการวางแผนงบประมาณเริ่มต้นที่ยืดหยุ่นได้ตั้งแต่ 5,000 บาท ครอบคลุมขั้นตอนสำคัญอย่างการเลือกอุปกรณ์ที่จำเป็น การคัดสรรวัตถุดิบใบชาคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้รสชาติคงที่ การจัดทำเมนู Signature ที่สร้างกำไร การคำนวณต้นทุนต่อแก้วอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการขาดทุน การเลือกทำเลศักยภาพ และเทคนิคการทำการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้มือใหม่สามารถเปิดร้านได้อย่างมั่นใจ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มทำร้านชาแบบไม่มีพื้นฐาน ช่วยให้สามารถเปิดร้านได้จริงตั้งแต่ศูนย์จนถึงขายได้กำไรอย่างมั่นคง

  • ถาม : ต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะเปิดร้านชาได้?
  • ตอบ : สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ 5,000 บาท (ขายแบบโต๊ะพับ/เดลิเวอรี่) ไปจนถึง 30,000+ บาท สำหรับร้านที่มีเคาน์เตอร์สวยงาม
  • ถาม : ไม่มีประสบการณ์ทำชาเลย จะเปิดร้านได้ไหม?
  • ตอบ : ได้ 100% ขอเพียงมีใจรักบริการ และที่สำคัญคือ “สูตรที่นิ่ง” และ “วัตถุดิบที่ชงง่าย” หากเลือกใบชาที่มีคุณภาพ รสชาติจะดีด้วยตัวมันเอง ทำให้มือใหม่ชงยังไงก็อร่อย
  • ถาม : ต้องเรียนคอร์สชงชาไหม?
  • ตอบ : ไม่จำเป็นเสมอไป ปัจจุบันมีสูตรแจกฟรีมากมายใน YouTube หรือถ้าคุณซื้อใบชาจาก Bluemocha เราก็มีสูตรชงมาตรฐานแนะนำให้ฟรี ช่วยประหยัดค่าเรียนได้เยอะ
  • ถาม : ร้านเล็ก ๆ หน้าโรงเรียนขายดีไหม?
  • ตอบ : ทำเลโรงเรียนคือทำเลที่ดี เพราะเด็กนักเรียนคือกลุ่มเป้าหมายหลัก ซื้อซ้ำง่าย ยอดขายต่อวันสูง เน้นราคาเข้าถึงง่าย รสชาติหวานมัน
  • ถาม : เลือกใบชาจากที่ไหนดีสำหรับคนเริ่มต้น?
  • ตอบ : ควรเลือกแบรนด์ที่มีโรงงานผลิตชัดเจน มี อย. รับรอง และมีสูตรสำเร็จสำหรับร้านค้า Bluemocha มีใบชาให้เลือกหลากหลายเกรดตามงบประมาณของคุณ

หากคุณกำลังเริ่มต้นเปิดร้านชา และต้องการวัตถุดิบคุณภาพสำหรับร้านมือใหม่ ไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลา เรามีใบชาคัดพิเศษ ทั้งชาไทย ชาไต้หวัน ชาเขียว ชาผลไม้ และสูตรพร้อมชงที่พิสูจน์แล้วว่าขายดีจริง! “พิเศษสำหรับมือใหม่ เรามีบริการให้คำปรึกษาเรื่องสูตรชงฟรี “ทดลองตัวอย่างฟรี “ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ และมีราคาส่งช่วยลดต้นทุน เพื่อกำไรที่มากขึ้น”

“เริ่มธุรกิจร้านชาของคุณวันนี้ ทักหาเราเลยที่ LINE @Bluemochacoffee

Other Blogs