ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง? สำหรับคนอยากสร้างแบรนด์ชา
การเริ่มต้นทำแบรนด์ชา ชาผง หรือชาพร้อมดื่ม ไม่ใช่แค่มีสูตรอร่อย บรรจุภัณฑ์สวย หรือไอเดียการตลาดที่ดีเท่านั้น แต่ “ความถูกต้องตามกฎหมาย” คือหัวใจสำคัญที่หลายคนมองข้าม หนึ่งในใบรับรองที่สำคัญที่สุดคือ ใบ อย. หรือเลขสารบบอาหาร ซึ่งเป็นหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์ชาของคุณ “ปลอดภัย” และ “ได้มาตรฐาน” ตามหลักสาธารณสุข บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับ “การขอ อย. สำหรับชา” แบบที่คนเพิ่งเริ่มทำแบรนด์ก็เข้าใจได้ พร้อมอธิบายขั้นตอน “ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง?” ที่โรงงานผลิตชา Bluemocha ใช้ในการดูแลลูกค้าที่ต้องการผลิตชา OEM&ODM แบบครบวงจร
ทำความเข้าใจ “อย.” ทำไมแบรนด์ชาถึงขาดไม่ได้?
ก่อนจะไปดูวิธีการขอ เราต้องเข้าใจในทางกฎหมายก่อนว่า ชาที่คุณกำลังจะขายจัดอยู่ในหมวดหมู่ไหน และทำไมตราสัญลักษณ์เล็ก ๆ ถึงขาดไม่ได้

ชาจัดเป็น “อาหาร” ตามกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ผลิตภัณฑ์ชา ไม่ว่าจะเป็นใบชาแห้ง ผงชาปรุงสำเร็จ หรือชาพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) ล้วนถูกจัดเป็น “อาหาร” ดังนั้นผู้ที่จะผลิตนำเข้า หรือจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจาก อย. เพื่อรับรองว่าสินค้านั้นสะอาด ปลอดภัย และไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค
“เลขสารบบอาหาร” คืออะไร?
สิ่งที่เราเรียกติดปากว่า “เบอร์ อย.” แท้จริงแล้วคือ เลขสารบบอาหาร 13 หลัก ที่อยู่ภายในกรอบเครื่องหมาย อย. ซึ่งเป็นรหัสระบุตัวตนของสินค้านั้นๆ ว่าผลิตจากที่ไหน ประเภทอะไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ
- หลักที่ 1-2 : จังหวัดที่ตั้งสถานที่ผลิต
- หลักที่ 3 : สถานะ (ผลิต/นำเข้า)
- หลักที่ 4-13 : รหัสสถานที่ผลิต รุ่นปีที่อนุญาต และลำดับที่ของอาหาร
ความเสี่ยงสูงหากไม่มี อย.
การวางขายชาโดยไม่มีเลข อย. ไม่ใช่แค่เรื่อง “ผิดกฎหมาย” แต่เป็นการตัดโอกาสทางธุรกิจของตัวคุณเอง :
- เข้าห้างไม่ได้ : ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ (เช่น 7-11) หรือห้างสรรพสินค้า จะไม่รับวางสินค้าที่ไม่มี อย. เด็ดขาด
- ขายออนไลน์ยาก : แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop มีระบบตรวจจับ หากไม่มีเลข อย. สินค้าจะถูกแบนและบัญชีร้านค้าอาจถูกระงับ
- ความเชื่อมั่นเป็นศูนย์ : ในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือก ลูกค้าจะพลิกดูหลังซองเสมอ ถ้าไม่มี อย. เขาจะตั้งคำถามทันทีว่า “กินแล้วจะตายไหม?”
- โทษทางกฎหมาย : มีโทษทั้งจำและปรับ และสินค้าทั้งหมดจะถูกยึดทำลาย
เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอ อย. (Checklist ที่ต้องมี)
การยื่นขอ อย. ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปยื่นใบสมัครแล้วจบ แต่ต้องมีการเตรียม “หลังบ้าน” ให้พร้อม ซึ่งนี่คือจุดที่โรงงานผลิตชาแบบ OEM เข้ามามีบทบาทสำคัญที่สุด เพราะถ้าคุณผลิตเองที่บ้าน การจะทำให้สถานที่ผ่านเกณฑ์โรงงานนั้นยากและลงทุนสูงมาก สิ่งที่ต้องเตรียมมี 4 ข้อหลัก ดังนี้ :

สถานที่ผลิตต้องได้มาตรฐาน
นี่คือด่านหินที่สุด ก่อนจะขอเลข อย. ให้สินค้าได้ คุณต้องมี “ใบอนุญาตผลิตอาหาร” (แบบ สบ.5 หรือ สบ.7) ของโรงงานเสียก่อน ซึ่งโรงงานต้องผ่านเกณฑ์ GMP (Good Manufacturing Practice) หรือ GHPs
- ความยาก : ต้องมีโซนผลิตแยกชัดเจน มีระบบบำบัดน้ำเสีย มีห้องบรรจุที่ป้องกันแมลง ฯลฯ
- วิธีแก้ : ใช้บริการโรงงาน Bluemocha เพราะเรามีใบอนุญาตโรงงานถูกต้องอยู่แล้ว คุณจึง “ข้าม” ขั้นตอนการสร้างโรงงานราคาหลักล้านไปได้เลย โดยใช้เลขสถานที่ผลิตของเราในการยื่นจดแจ้ง
สูตรผลิตภัณฑ์
อย. จะตรวจสอบว่าในชาของคุณใส่อะไรบ้าง?
- รายละเอียดที่ต้องระบุ : ชื่อวัตถุดิบทุกตัว (ชื่อวิทยาศาสตร์/ชื่อสามัญ) และปริมาณเป็นร้อยละ (%)
- ข้อควรระวัง : วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additives) เช่น สี กลิ่น สารกันเสีย ต้องใช้ชนิดที่กฎหมายอนุญาตและไม่เกินปริมาณที่กำหนด หากคุณผสมสูตรเองอาจคำนวณผิดพลาดได้ง่าย แต่ถ้าให้โรงงานทำฝ่าย R&D จะคำนวณสูตรให้ผ่านเกณฑ์ตามกฎหมายเป๊ะ ๆ
กรรมวิธีการผลิต
ต้องเขียนผังกระบวนการผลิต ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การคั่ว การบด การผสม จนถึงการบรรจุ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีจุดควบคุมความเสี่ยง (CCP) ตรงไหนบ้าง? เพื่อความสะอาดปลอดภัย
ฉลากสินค้า (สำคัญมาก!)
กว่า 50% ของคนที่ยื่นขอ อย. ไม่ผ่าน เพราะ “ฉลากผิด” กฎหมายเรื่องฉลากมีความละเอียดอ่อนมาก ต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข :
- ชื่ออาหาร : ต้องสื่อถึงเนื้อหา เช่น “ชาเขียวปรุงสำเร็จชนิดผง”
- เลขสารบบอาหาร : ในกรอบเครื่องหมาย อย.
- ชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต : ต้องระบุชัดเจน (กรณีจ้างผลิต ต้องระบุว่า “ผลิตโดย…” และ “จัดจำหน่ายโดย…”)
- ส่วนประกอบที่สำคัญ : เรียงจากมากไปน้อย
- ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : เช่น “มีส่วนผสมของนม” “มีถั่วเหลือง”
- วันเดือนปีที่ผลิต/หมดอายุ
- คำเตือน : (ถ้ามี) เช่น ชาบางชนิดต้องระบุว่า “เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน”
ขั้นตอนการยื่นขอ อย. กับโรงงานผลิตชา Bluemocha (Step-by-Step)
ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง? เมื่อคุณเลือกใช้บริการโรงงานรับผลิต OEM Bluemocha ขั้นตอนจะลดความซับซ้อนลงไปกว่า 80% เพราะเราทำหน้าที่เป็น “ผู้ดำเนินการ” แทนคุณ ดังนี้ :

Step 1 : ปรึกษาและพัฒนาสูตร
- สิ่งที่คุณทำ : บอกความต้องการ เช่น “อยากได้ชาไทยที่สีเข้ม รสฝาดน้อย หวานมัน กลิ่นหอมฟุ้ง”
- บริการจาก Bluemocha : ทีม R&D จะแกะสูตรและปรุงแต่งรสชาติให้ได้ตามโจทย์ โดยใช้วัตถุดิบที่มีมาตรฐาน อย. รองรับอยู่แล้ว (เช่น ผงชา ใบชา สีผสมอาหาร) เพื่อให้มั่นใจว่าสูตรนี้ “ยื่นผ่านแน่นอน”
Step 2 : ออกแบบฉลากให้ถูกต้อง
- ปัญหาที่พบบ่อย : ลูกค้าไปจ้างกราฟิกทั่วไปออกแบบฉลาก สวยมากแต่วางองค์ประกอบผิดกฎหมาย (เช่น ตัวหนังสือเล็กเกินไป หรือใช้คำโฆษณาเกินจริงอย่าง “รักษาโรค”) ทำให้ต้องรื้อแบบทิ้งพิมพ์ใหม่เสียเงินฟรี
- บริการจาก Bluemocha : เรามีทีมกราฟิกหรือทีมตรวจสอบแบบร่าง ที่แม่นกฎหมาย อย. จะช่วยดูว่าขนาดตัวอักษรผ่านไหม การจัดวางถูกต้องหรือไม่ ก่อนส่งไฟล์ไปยื่น
Step 3 : ส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ
ก่อน อย. จะอนุมัติเลข ต้องมีผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่าสินค้าปลอดภัย
- สิ่งที่ต้องตรวจ : เชื้อจุลินทรีย์ (เชื้อรา, แบคทีเรีย, ยีสต์), โลหะหนัก (ตะกั่ว, สารหนู), สีสังเคราะห์ และค่าน้ำตาล/ไขมัน (สำหรับทำฉลากโภชนาการ)
- ระยะเวลา : ประมาณ 7-14 วัน
- บริการจาก Bluemocha : เราจะสุ่มตัวอย่างสินค้าจริงจากไลน์ผลิต (Lot แรก) ส่งไปยังห้องแล็บเอกชนที่ได้รับการรับรอง (ISO 17025) เพื่อขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis – COA)
Step 4 : ยื่นเอกสารผ่านระบบ e-Submission
ในปัจจุบัน การยื่นขอ อย. ทำผ่านระบบออนไลน์ (Skynet หรือ e-Submission)
- ข้อดี : หากโรงงานเป็นผู้ยื่น จะมีความน่าเชื่อถือสูงกว่าบุคคลทั่วไปยื่นเอง เจ้าหน้าที่ อย. สามารถตรวจสอบประวัติโรงงานได้ทันที ทำให้พิจารณาได้เร็วขึ้น
- บริการจาก Bluemocha : เจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนของโรงงานจะล็อกอินเข้าระบบ กรอกสูตร แนบไฟล์ฉลาก แนบผลแล็บ และเอกสารใบอนุญาตโรงงาน
Step 5 : การพิจารณาและอนุมัติ
- ระยะเวลา :
- Auto-approve (บางกรณี) : สินค้าความเสี่ยงต่ำบางประเภท หากเอกสารครบ อาจได้เลขทันทีหรือภายใน 1-3 วันทำการ
- พิจารณาปกติ : ใช้เวลาประมาณ 15-30 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของสูตรและคิวงานของเจ้าหน้าที่)
- บริการจาก Bluemocha : หากเจ้าหน้าที่ อย. มีข้อสงสัย จะตีกลับเอกสารมาให้แก้ (เช่น ให้ปรับขนาดตัวอักษรบนฉลาก) ทางโรงงานจะดำเนินการแก้ไขให้ทันทีจนกว่าจะผ่าน
Step 6 : รับเลข อย. และเริ่มผลิตจริง
- บริการจาก Bluemocha : เมื่อได้รับเลข 13 หลักแล้ว โรงงานจะส่งเลขนี้ให้คุณนำไปใส่ในไฟล์ฉลากฉบับสมบูรณ์ เพื่อสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ (ซอง/กล่อง/สติ๊กเกอร์) และเริ่มเดินเครื่องผลิตสินค้าล็อตใหญ่เพื่อจำหน่ายต่อไป
เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการขอ อย. (ฉบับอัปเดตล่าสุดจาก Bluemocha)
หลายคนกังวลว่าต้องสั่งผลิตเยอะแค่ไหนถึงจะขอ อย. ได้? Bluemocha เข้าใจผู้ประกอบการ จึงแบ่งเงื่อนไขออกเป็น 2 ระดับ เพื่อให้ทั้งมือใหม่และมือโปรเข้าถึงได้ง่ายที่สุด (อัปเดตข้อมูลล่าสุด พฤศจิกายน 2568)

ทางเลือกที่ 1 : สำหรับมือโปร (สั่งเยอะ รับสิทธิ์ฟรี!)
เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าแล้ว หรือมั่นใจในยอดขาย
- เงื่อนไข : สั่งผลิตสินค้า 1,000 กิโลกรัมขึ้นไป
- สิทธิพิเศษ : ดำเนินการขอ อย. ให้ ฟรี!
- หมายเหตุ : สามารถคละสินค้าได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 200 กิโลกรัม/ชนิดสินค้า
ทางเลือกที่ 2 : สำหรับผู้เริ่มต้น (Start-up Friendly)
เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์ อยากทดลองตลาดด้วยงบจำกัด
- เงื่อนไข : สั่งผลิตขั้นต่ำเพียง 100 กิโลกรัมขึ้นไป ก็ขอ อย. ได้แล้ว
- ค่าใช้จ่าย : มีค่ามัดจำ อย. 3,000 บาท / ต่อชนิดสินค้า
- โบนัสพิเศษ : เงินมัดจำ 3,000 บาทนี้ “ไม่ได้จ่ายทิ้ง” เมื่อคุณมียอดสั่งซื้อสะสมครบ 1,000 kg (คละสินค้าได้ตามเงื่อนไข) ทางโรงงานจะคืนเงินมัดจำ 3,000 บาท กลับมาเป็นสินค้าให้กับคุณทันที!
(หมายเหตุ : คืนเป็นสินค้าแทนเงินสด และไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดได้)
ข้อตกลงเพื่อรักษามาตรฐาน
การมีเลข อย. คือความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างเจ้าของแบรนด์และโรงงาน เพื่อให้เลข อย. ของคุณยังคงสถานะ “Active” และถูกต้องตามกฎระเบียบ มีข้อตกลงง่าย ๆ ดังนี้ :

- เซ็นรับทราบเงื่อนไข : จะมีหนังสือแจ้งเงื่อนไขการสั่งซื้อให้เซ็นรับทราบเมื่อเริ่มขอ อย.
- ความต่อเนื่อง : ต้องมีการสั่งซื้อสินค้าซ้ำ (Re-order) ทุกๆ 1-3 เดือน ขั้นต่ำเพียง 60 กิโลกรัม / ชนิดสินค้า
- การเพิกถอน : หากไม่มีการสั่งซื้อเข้ามาตามระยะเวลาที่กำหนด ทางโรงงานจำเป็นต้องส่งหนังสือแจ้งถอดถอนหมายเลข อย. (เพื่อป้องกันปัญหาด้านการตรวจสอบย้อนกลับในอนาคต)
เริ่มต้นแค่ 100 กิโลกรัม ก็เป็นเจ้าของแบรนด์ที่มี อย. ถูกต้องได้ แถมค่ามัดจำก็ได้คืนเป็นของเมื่อขายดี ถือเป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับคนทำแบรนด์!
ทำไมควรให้โรงงานช่วยยื่น อย. แทนการทำเอง?
เพื่อให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจว่า “ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง” มีข้อดีอย่างไร นี่คือการเปรียบเทียบ :

| หัวข้อเปรียบเทียบ | การขอเอง | การให้โรงงานจัดการ |
| ความรู้กฎหมาย | ต้องศึกษาเองทั้งหมด เสี่ยงตีความผิด | มีผู้เชี่ยวชาญดูแล ไม่ต้องปวดหัว |
| การเตรียมเอกสาร | เตรียมเองทุกใบ ยุ่งยากมาก | โรงงานเตรียมให้ 90% คุณแค่เซ็นชื่อ |
| โอกาสผ่าน | ต่ำ (มักโดนตีกลับให้แก้หลายรอบ) | สูงมาก (เพราะผ่านการกรองจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว) |
| ระยะเวลา | 1-3 เดือน (หรือนานกว่านั้นถ้าแก้บ่อย) | 15-30 วัน (โดยเฉลี่ย) |
| ค่าใช้จ่ายแฝง | ค่าเดินทาง, ค่าเสียเวลาแก้, ค่าปรับแบบ | จ่ายจบในราคาตกลง ไม่มีงอก |
| สถานที่ผลิต | ต้องลงทุนสร้างโรงงาน/ห้องผลิตเอง | ใช้โรงงานมาตรฐานสากลได้ทันที |
สรุป “ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง?”
ทางลัดสู่แบรนด์ชาที่ยั่งยืน เริ่มต้นที่ “พาร์ทเนอร์ที่ใช่” การขอ อย. อาจดูเหมือนภูเขาลูกใหญ่ที่ขวางกั้นคุณกับความสำเร็จ แต่ถ้าคุณมีเครื่องมือปีนเขาที่ดีและมีไกด์นำทางที่เชี่ยวชาญ ภูเขาลูกนี้ก็เป็นแค่เนินเล็ก ๆ ที่ข้ามผ่านได้ไม่ยาก
การเลือกโรงงานผลิตชา จึงไม่ใช่แค่การหาที่ผลิตของ แต่คือการหา “เพื่อนคู่คิด” ที่จะช่วยคุณจัดการเรื่องปวดหัวทางกฎหมายและเทคนิค เพื่อให้คุณเหลือพลังสมองไปทุ่มเทกับการสร้างแบรนด์ การตลาด และการขายให้ปัง
“หากคุณกำลังมองหาโรงงานผลิตชาที่เข้าใจคนอยากสร้างแบรนด์”
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “ขอ อย. กับโรงงานผลิตชายังไง?” (FAQ)
- ถาม : ถ้ามีสูตรลับ ไม่อยากบอกโรงงาน จะขอ อย. ได้ไหม?
- ตอบ : ตามกฎหมาย อย. ต้องยื่น “สูตรจริง 100%” เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค แต่ในทางธุรกิจ โรงงานจะมี “สัญญารักษาความลับ” (NDA) เพื่อรับประกันว่าสูตรของคุณจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่หรือผลิตให้เจ้าอื่น
- ถาม : อย. มีวันหมดอายุไหม?
- ตอบ : เลขสารบบอาหารไม่มีวันหมดอายุ ตราบใดที่สูตรและกรรมวิธีไม่เปลี่ยน แต่ต้องมีการต่ออายุใบอนุญาตผลิตอาหารของโรงงานทุก 3 ปี ซึ่งเป็นหน้าที่ของโรงงานที่ต้องดูแล
- ถาม : อยากทำแบรนด์ชาส่งออก ต้องขอ อย. ไหม?
- ตอบ : ต้องขอ และอาจต้องขอ Certificate of Free Sale (CFS) เพิ่มเติม ซึ่งต้องใช้เลข อย. ไทยเป็นฐานในการขอ เพื่อยืนยันกับต่างชาติว่าสินค้านี้ขายได้จริงในไทย
Bluemocha โรงงานผลิตชา OEM&ODM ครบวงจร พร้อมดูแลเรื่อง อย. ให้คุณ!
ที่ Bluemocha เราไม่ได้แค่ขายใบชา แต่เราคือเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ชาและร้านกาแฟกว่าพันรายทั่วประเทศ เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างคุณด้วยบริการ One-Stop Service :

- รับผลิตและพัฒนาสูตรชา : ไม่ว่าจะเป็นชาไทย, ชาเขียว, ชาไต้หวัน, ชาผลไม้ หรือสูตรเฉพาะของคุณ
- มาตรฐานโรงงานสากล : ได้รับรอง GHPs, HACCP และ อย. สะอาด ปลอดภัย มั่นใจได้
- บริการยื่นขอ อย. ครบวงจร : เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบอาหาร ดำเนินการให้ตั้งแต่ตรวจสอบฉลาก ยื่นเอกสาร จนได้รับเลขสารบบ
- เริ่มต้นง่าย ในปริมาณที่เหมาะสม : รองรับทั้งผู้ประกอบการรายย่อย (SME) และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
อย่าให้ความกังวลเรื่องเอกสารมาหยุดความฝันของคุณ ให้ Bluemocha ดูแลเรื่องยาก ๆ ส่วนคุณเตรียมตัวเป็นเจ้าของแบรนด์ชาที่ประสบความสำเร็จได้เลย!
“เริ่มธุรกิจร้านชาของคุณวันนี้ ทักหาเราเลยที่ LINE @Bluemochacoffee“







