เทรนด์ เดริเวอร์รี่ น่าจับตามอง อัปเดตปี 2026 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายออนไลน์สำหรับร้านกาแฟและคาเฟ่ คลิกอ่านเลยเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทำเงิน

เดลิเวอรี่ น่าจับตามอง อัปเดตปี 2026 สำหรับร้านกาแฟที่ต้องการขายออนไลน์

ปัจจุบันที่พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้ทันกระแสคือสำคัญของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะสำหรับ“ร้านกาแฟ” และ “คาเฟ่” ที่มีการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าบรรยากาศหน้าร้านจะยังคงเป็นจุดขายหลัก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าระบบ เดลิเวอรี่ได้เข้ามาเป็นช่องทางสร้างรายได้หลักที่ขาดไม่ได้อีกต่อไป! หากคุณเป็นเจ้าของร้านกาแฟที่กำลังมองหาวิธีเพิ่มยอดขาย หรือต้องการอัปเดตเทรนด์ตลาดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันคู่แข่งยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกข้อมูลล่าสุดว่าทำไมตลาด เดลิเวอรี่ น่าจับตามอง พร้อมเปิดโผเมนูไวรัล กลยุทธ์แพลตฟอร์ม และวิธีเตรียมตัวเพื่อให้ร้านของคุณมีรายได้ในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน

หลายคนอาจมองว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติและผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ตลาดส่งอาหารออนไลน์อาจจะลง แต่ในความเป็นจริง ข้อมูลล่าสุดกลับชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมความ “สะดวกสบาย” ได้ฝังไปในผู้บริโภคแล้ว ตลาด เดลิเวอรี่ ยังคงเติบโต แต่มาพร้อมกับรูปแบบการแข่งขันที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้ประกอบการต้องรู้เท่าทัน

ปัจจุบันแพลตฟอร์มระดับประเทศอย่าง LINE MAN, Grab, ShopeeFood และ Robinhood ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดที่ผู้ใช้บริการมีแนวโน้มเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน แพลตฟอร์มเหล่านี้มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และมีระบบขนส่งที่ไว้ใจได้

แต่จุดที่ทำให้ตลาด เดลิเวอรี่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้นในปีนี้ คือการเติบโตของ “แอปเฉพาะพื้นที่” นอกเหนือจากแอปใหญ่แล้ว ในหลายจังหวัดเริ่มมีผู้ให้บริการท้องถิ่นที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญ แอปเหล่านี้มักจะเข้าใจอินไซต์ของคนในพื้นที่ได้ดีกว่า มีค่าธรรมเนียม (GP) ที่เป็นมิตรกับร้านค้า และมีแคมเปญสนับสนุนร้านในท้องถิ่นที่ตรงจุด การนำร้านกาแฟของคุณไปอยู่บนแอปท้องถิ่นเหล่านี้จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางขยายฐานลูกค้าที่มองข้ามไม่ได้

ในปีนี้คือ ผู้คนเริ่มกลับไปทานที่ร้านมากขึ้น ทำให้ยอดสั่งออนไลน์ของบางร้านอาจได้รับผลกระทบ เพื่อให้รอดพ้นจากช่วงนี้ ผู้ประกอบการร้านกาแฟต้องบริหารจัดการแบบ Multi-channel คือการขายหน้าร้านและออนไลน์ไปด้วยกัน

นอกจากนี้ Brand Building การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำกลายเป็นสิ่งที่ควรมี ร้านกาแฟของคุณไม่สามารถเป็นแค่ “ร้านอะไรก็ได้บนแอป” อีกต่อไป แต่ต้องมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน มีโลโก้ที่จำง่าย มีแพ็กเกจจิ้งที่บอกตัวตน เพื่อให้ลูกค้าเจาะจงค้นหาชื่อร้านของคุณโดยตรง ไม่ใช่แค่เลื่อนหาเมนูแบบสุ่ม ๆ

จากรายงาน เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026 ของ GrabFood และแพลตฟอร์มชั้นนำ เผยให้เห็นเทรนด์เมนูที่กำลังมาแรงข้ามปี และร้านกาแฟสามารถนำมาใช้เพื่อสร้างยอดขายได้ทันที

เทรนด์ เดลิเวอรี่ น่าจับตามอง อัปเดตปี 2026 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายออนไลน์สำหรับร้านกาแฟและคาเฟ่ คลิกอ่านเลยเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทำเงิน

สามรสชาตินี้สะท้อนรสนิยมแบบ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” ได้อย่างดี

  • เผือก (Taro) : มาแรงมากในหมวดเครื่องดื่ม ชานมเผือกกลายเป็นไฮไลท์ไอเทมที่ยอดขายเติบโตกว่าเท่าตัว เป็นเมนูที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคย
  • มัทฉะ (Matcha) : ยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องและเป็นเมนูที่ทุกร้านต้องมี
  • พิสตาชิโอ (Pistachio) : วัตถุดิบดาวรุ่งยอดฮิต ยอดค้นหาพุ่งสูงเกือบ 2 เท่าตัว ร้านกาแฟสามารถสร้างสรรค์เมนูอย่าง กาแฟครีมพิสตาชิโอ หรือนำไปใส่ในเบเกอรี่ เช่น พิสตาชิโอทีรามิสุ (แบบร้าน PISTA&) หรือ ทาร์ตไข่พิสตาชิโอ (แบบร้าน Hashtag B)

ผู้บริโภคมีความ “พิถีพิถัน” มากขึ้น คราฟท์เบเกอรีไม่ได้จำกัดแค่กลุ่มสายสุขภาพอีกต่อไป กระแสของ “ซาวโดวจ์” (Sourdough) ขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติเปลือกกรอบเนื้อนุ่ม กลายเป็นเมนูยอดฮิต (เช่น ร้าน Holey Artisan Bakery และ BARTELS) สำหรับร้านกาแฟ การนำซาวโดวจ์มาทำแซนด์วิชจับคู่กับกาแฟดำ เป็นเมนูที่ทนทานต่อการขนส่งผ่านเดลิเวอรี่ ได้ดีมาก ไม่เละง่ายเหมือนขนมปังทั่วไป

เครื่องดื่มหนึ่งแก้วต้องสะท้อนไลฟ์สไตล์ เทรนด์การคัสตอมไมซ์กำลังมาแรง ลูกค้าต้องการเพิ่ม Functional Add-on ได้เอง เช่น โปรตีนพืช คอลลาเจน หรือพรีไบโอติกส์ (สไตล์ร้าน Boost Juice Bar หรือ PASH) นอกจากนี้ “รูปลักษณ์” สำคัญเท่ากับรสชาติ ในโซเชียล เมนูต้องถ่ายรูปสวย เช่น “ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้” จาก 1:2 Coffee หรือสมูทตี้เลเยอร์สีสวยจาก Oh! Juice และ PLANTIFUL ร้านกาแฟต้องออกแบบแก้วที่เมื่อถึงมือลูกค้าแล้วยังคงแยกชั้นสวยงามน่าถ่ายรูปลง IG

วัฒนธรรมเอเชียยังคงสร้างกระแสไวรัลแบบไม่มีพัก คาเฟ่ต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันกระแส เช่น :

  • โอซาก้า ครีมพัฟ (Osaka Cream Puff) : พัฟอบกรอบไส้คัสตาร์ดทะลักสไตล์ญี่ปุ่น (เช่น The Pastry&Co)
  • ดูไบชิววี่คุกกี้ (Dubai Chewy Cookie) : ภาคต่อของช็อกโกแลตดูไบ คุกกี้เนื้อหนึบสอดไส้คูนาฟ่าและพิสตาชิโอจากเกาหลี (เช่น Holiday Pastry)
  • เค้กไก่หยอง (Flossy Chicken Chiffon Cake) : เมนูคิวยาวจากเซี่ยงไฮ้ ผสมความนุ่มฟูและความเค็มมัน

อินไซต์จากปี 2026 ระบุชัดเจนว่าอาหารไทยจานเดียวและเมนูเส้นยังคงครองแชมป์ยอดสั่งเดริเวอร์รี่สูงสุด ได้แก่ ส้มตำปูปลาร้า, เส้นหมี่ไก่ฉีก (ทานคู่น้ำพริกหมูกระจก), เบอร์เกอร์พรีเมียมเนื้อฉ่ำ ๆ รวมถึงของทานเล่น “ขนมไข่เต่า” ส่วนฝั่งเครื่องดื่ม เมนูเอย่าง “ชาไทย และ อเมริกาโน่เย็น” ยังคงเป็นแชมป์ยอดขาย

หากคาเฟ่ของคุณมีครัว การเพิ่มเมนูอย่าง ข้าวส้มตำไก่ย่างฉบับคาเฟ่ หรือ ข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว จะดึงดูดลูกค้าช่วงพักเที่ยงได้ดี แต่หากคุณไม่มีครัว การใช้วิธีจับมือพาร์ทเนอร์กับร้านอาหารข้างเคียง หรืออนุญาตให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มกับอาหารกล่องง่าย ๆ ก็เป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดไม่แพ้กัน

เมื่อทราบเทรนด์เมนูแล้ว การจะทำให้ร้านโดดเด่นกว่าคู่แข่งนับหมื่นร้าน ต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาดที่เฉียบขาด!

การจับมือกันคือทางรอด ลองจับคู่ร้านของคุณกับร้านดัง หรือร้านอาหารที่ขายของต่างประเภทกันเพื่อสร้างเมนูพิเศษเฉพาะบนแอปพลิเคชัน เช่น การผสานรสชาติแบบ “Flavor Profile Pairing” อย่างเมนู “เบเกิลข้าวซอย” (Two Men Bagel x ร้านอองตอง ข้าวซอย) การทำแคมเปญร่วมกับ GrabThumbsUp ด้วยเมนูพิเศษนี้ สามารถช่วยเพิ่มทราฟฟิกให้ร้านได้ถึง 2 เท่า

ลูกค้าตัดสินใจซื้อด้วยตา การทำคอนเทนต์และถ่ายภาพอาหารให้ดูฉ่ำ น่ากิน ปรับสีให้สวยงาม แล้วยิงแอดโปรโมตผ่าน Facebook และ Instagram จะช่วยกระตุ้นความอยากของลูกค้า Gen Y และ Gen Z ให้กดเข้าแอปเดริเวอร์รี่ เพื่อสั่งร้านคุณทันที

เทรนด์ปี 2026 เน้น “ความเร็ว” ลูกค้าไม่อยากรอนานและไม่อยากได้อาหารที่เย็นชืด ร้านกาแฟควรใช้เทคนิค Pre-cook หรือการเตรียมวัตถุดิบและเบสเครื่องดื่มไว้ล่วงหน้า เมื่อมีออร์เดอร์เข้ามา พนักงานสามารถประกอบร่างและส่งมอบให้ไรเดอร์ได้ภายใน 3-5 นาที สิ่งนี้ช่วยลดความผิดพลาดและทำให้ลูกค้าประทับใจในความรวดเร็ว

จัดโปรโมชั่นร่วมกับแอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ เช่น โค้ดส่วนลด หรือโปรโมชั่นส่งฟรี และที่สำคัญคือต้องเน้นโปรโมตเมนูที่ลูกค้าสามารถสั่งทานได้ทุกวัน เช่น เซ็ตอเมริกาโน่จับคู่ขนมไข่เต่า หรือ ชาไทยคู่แซนด์วิชซาวโดวจ์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง

เมื่อทราบเทรนด์ตลาดแล้ว การเตรียมระบบหลังบ้านและหน้าบ้านให้พร้อมรับมือกับออร์เดอร์ออนไลน์คือสิ่งที่จะตัดสินว่าลูกค้าจะสั่งซ้ำหรือไม่? “เดริเวอร์รี่” ไม่ใช่แค่การกดสมัครแอปพลิเคชันแล้วนั่งรอรับออร์เดอร์ แต่เปรียบเสมือนการขยายสาขาจำลองไปอยู่บนหน้าจอมือถือของลูกค้า หากระบบหลังบ้านไม่พร้อม อาจทำให้ทั้งลูกค้าหน้าร้านและลูกค้าออนไลน์เกิดความไม่ประทับใจได้

เทรนด์ เดลิเวอรี่ น่าจับตามอง อัปเดตปี 2026 เคล็ดลับเพิ่มยอดขายออนไลน์สำหรับร้านกาแฟและคาเฟ่ คลิกอ่านเลยเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทำเงิน

เพื่อให้ร้านกาแฟของคุณก้าวเข้าสู่ตลาดนี้ได้อย่างราบรื่นและเป็นมืออาชีพ นี่คือเช็กลิสต์การเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ที่คุณต้องจัดการ

การรับออร์เดอร์สองช่องทางพร้อมกันอาจทำให้เกิดความสับสน คุณจำเป็นต้องแยกระบบการทำงานให้ชัดเจนเพื่อความรวดเร็ว

หมวดหมู่ร้านกาแฟ (ไม่มีเดลิเวอรี่)ร้านกาแฟ (มีเดลิเวอรี่)
พื้นที่รับออร์เดอร์ลูกค้าสั่งหน้าบาร์ที่เดียวมีเครื่อง POS และแท็บเล็ตแยกรับออร์เดอร์ออนไลน์
จุดรับสินค้ารอเรียกคิวหน้าเคาน์เตอร์มีจุดวางสินค้าและโซนรอคิวแยกชัดเจนสำหรับไรเดอร์
การจัดการสต๊อกเช็กวัตถุดิบด้วยสายตาตัดสต๊อกออนไลน์เรียลไทม์เพื่อป้องกันลูกค้ากดสั่งตอนของหมด

แพ็กเกจจิ้งคือหน้าตาของร้าน และเป็นตัวการันตีว่าเครื่องดื่มจะไปถึงมือลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

  • ลงทุนกับเครื่องซีลฝาแก้ว : เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและแก้ปัญหาน้ำหกเลอะเทอะได้ 100% แม้ไรเดอร์จะขับรถตกหลุม
  • แยกน้ำและน้ำแข็งเสมอ : ถือเป็นไฟลต์บังคับสำหรับร้านกาแฟ เพื่อรักษาความเข้มข้นและรสชาติไม่ให้จืดชืดเมื่อน้ำแข็งละลาย
  • ใช้ฐานรองและถุงที่พอดี : ควรใช้ถุงหิ้วที่มีขนาดรัดกุมพอดีแก้ว และใช้ที่รองแก้วกระดาษแบบรังไข่เพื่อล็อกไม่ให้แก้วล้มระหว่างขนส่ง
  • เพิ่มเสน่ห์ด้วยดีเทลเล็ก ๆ : แปะสติกเกอร์โลโก้ร้านให้สวยงาม หรือเขียนข้อความขอบคุณน่ารัก ๆ ลงบนแก้ว เพื่อสร้างความประทับใจ

ไม่ใช่ทุกเมนูจะเหมาะกับการเดินทาง คุณต้องเลือกเครื่องดื่มที่ทนทานและนำเสนอได้ดีบนแอปพลิเคชัน

  • หลีกเลี่ยงเมนูที่เสียทรงง่าย : ตัดเมนูที่ท็อปปิ้งด้วยวิปครีมทรงสูง หรือเมนูลาเต้อาร์ตที่ต้องอาศัยความสวยงามของฟองนมออกไปจากหมวดหมู่เดลิเวอรี
  • ตั้งค่า Add-on ให้ครบถ้วน : ตอบโจทย์เทรนด์คัสตอมไมซ์ด้วยการเพิ่มตัวเลือกระดับความหวาน ชนิดของนม (เช่น นมโอ๊ต นมอัลมอนด์) หรือท็อปปิ้งพิเศษ เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อแก้ว
  • ทำเซ็ตจับคู่ : จับคู่เครื่องดื่มยอดฮิตกับคราฟท์เบเกอรีหรืออาหารจานเดียว เพื่อเพิ่มยอดขายรวมต่อบิลให้สูงขึ้น

ไรเดอร์คือตัวแทนร้านของคุณที่นำสินค้าไปส่งมอบให้ลูกค้า การดูแลพวกเขาให้ดีจะส่งผลบวกต่อธุรกิจอย่างคาดไม่ถึง

  • จัดสรรพื้นที่พักคอย : เตรียมเก้าอี้ให้ไรเดอร์นั่งรอในมุมที่ไม่เกะกะหรือรบกวนลูกค้าที่นั่งทานในร้าน
  • บริการน้ำดื่มฟรี! : น้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้ไรเดอร์รู้สึกดีกับร้านและช่วยระมัดระวังออร์เดอร์ของคุณเป็นพิเศษ
  • บริหารเวลาให้เหมาะสม : กดรับออร์เดอร์และเตรียมเครื่องดื่มให้ทันตามเวลาที่ระบบประเมินไว้ เพื่อลดความหงุดหงิดจากการรอนาน

แอปพลิเคชันเดลิเวอรีส่วนใหญ่มักหักค่า GP ประมาณ 30-35% ร้านจึงต้องปรับโครงสร้างราคาเพื่อไม่ให้ขาดทุน

  • โฟกัสเมนูกำไรสูง : ดันเมนูที่มีต้นทุนวัตถุดิบไม่สูงมากแต่สามารถขายได้ในราคาดี เช่น ชาผลไม้ อเมริกาโน่น้ำผึ้ง หรือชาใส ขึ้นเป็นเมนูแนะนำ เพื่อถัวเฉลี่ยกำไรโดยรวม
  • ปรับราคาอย่างสมเหตุสมผล : บวกราคาเมนูบนแอปเพิ่มจากหน้าร้านเล็กน้อยเพื่อชดเชยต้นทุน แต่ต้องระวังไม่ให้แพงจนเกินไป

การเตรียมระบบเดลิเวอรีให้พร้อมตั้งแต่ก้าวแรก จะช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจและทำให้คุณโฟกัสกับการสร้างสรรค์เครื่องดื่มอร่อย ๆ ได้อย่างเต็มที่

จากข้อมูลและเทรนด์ทั้งหมดที่เราได้เจาะลึกกันมา คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลาด “เดลิเวอรี่” ไม่ใช่เพียงแค่ทางเลือกเสริมอีกต่อไป แต่เป็น “ช่องทางสร้างรายได้หลัก” ที่ร้านกาแฟต้องให้ความสำคัญสูงสุด ในปี 2026 นี้ ตลาดเดลิเวอรี่ น่าจับตามอง ยิ่งกว่าที่เคย เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคได้ก้าวข้ามเรื่องความสะดวกสบาย ไปสู่การมองหาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การสะท้อนตัวตนผ่านภาพถ่ายสวย ๆ และการมองหาความแปลกใหม่จากเมนูไวรัลอย่าง มัทฉะ พิสตาชิโอ เผือก รวมถึงคราฟท์เบเกอรี

ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ว่าใครมีสาขาเยอะกว่า แต่วัดกันที่ความเร็วในการปรับตัว การใช้ข้อมูลเพื่อสร้างสรรค์เมนูแบบ Co-Creation การบริหารจัดการระบบหลังบ้านแบบ Multi-channel และที่สำคัญที่สุดคือ “คุณภาพ” ที่ต้องส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านลูกค้าแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าคู่แข่งจะเยอะแค่ไหน หากร้านกาแฟของคุณมีการเตรียมความพร้อมที่ดี เข้าใจอินไซต์ของลูกค้า และรักษามาตรฐานรสชาติไว้ได้ ธุรกิจของคุณก็จะสามารถเติบโตและครองใจผู้บริโภคในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน

1. ร้านกาแฟที่เน้นขายแต่เครื่องดื่ม ควรเพิ่มเมนู “อาหารจานเดียว” ตามกระแสหรือไม่?

ตอบ : หากร้านของคุณมีพื้นที่ครัวและบุคลากรเพียงพอ การเพิ่มเมนูอาหารจานเดียวที่ทานง่าย (เช่น ข้าวกะเพรา, ข้าวมันไก่) จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและเพิ่มมูลค่าต่อบิลได้อย่างมาก เพราะพฤติกรรมลูกค้าเดริเวอร์รี่ มักชอบสั่งอาหารและเครื่องดื่มจบในร้านเดียว แต่หากไม่มีพื้นที่ แนะนำให้เน้นเพิ่มเมนูเบเกอรี่ที่กำลังไวรัลแทน เพราะจัดการสต๊อกง่ายและเข้ากับเครื่องดื่มได้ดี

2. ร้านกาแฟขนาดเล็กหรือโฮมคาเฟ่ คุ้มไหมที่จะเปิดรับออร์เดอร์ เดลิเวอรี่ ในยุคที่ค่า GP สูง?

ตอบ : แม้จะมีต้นทุนค่าธรรมเนียม (GP) ประมาณ 30-35% แต่ระบบเดลิเวอรี่ จะช่วยลดข้อจำกัดเรื่องทำเลที่ตั้ง ที่จอดรถ และจำนวนโต๊ะในร้าน ทำให้ร้านเล็ก ๆ สามารถเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่มพนักงานออฟฟิศหรือคนที่ทำงานที่บ้านได้กว้างขึ้น เคล็ดลับในการทำกำไรคือ การจัดโปรโมชันแบบจับคู่ เช่น กาแฟคู่กับเบเกอรี่ เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อบิลให้สูงขึ้น และเน้นโปรโมตเมนูเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นสูง เพื่อชดเชยต้นทุนค่า GP ที่เสียไป

3. จะแก้ปัญหาเครื่องดื่มหกเลอะเทอะ หรือเสียรสชาติระหว่างการขนส่งเดลิเวอรี่ ได้อย่างไร?

ตอบ: สำคัญที่สุดของร้านกาแฟคือ ต้อง “แยกน้ำและน้ำแข็ง” เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแข็งละลายจนเครื่องดื่มจืดชืดเมื่อไปถึงมือลูกค้า นอกจากนี้ วิธีแก้ปัญหาเรื่องน้ำหกที่เด็ดขาดที่สุดคือการลงทุนใช้ “เครื่องซีลฝาแก้ว” ปิดผนึกด้วยฟิล์มพลาสติก ซึ่งจะป้องกันการรั่วซึมได้ 100% ปลอดภัยกว่าการใช้ฝาโดมหรือฝาฮาล์ฟมูน และควรจัดฐานรองแก้วกระดาษในถุงหิ้วที่มีขนาดพอดี เพื่อไม่ให้แก้วล้มระหว่างที่ไรเดอร์ขับขี่

3. เมนูแบบไหนที่เหมาะกับการขายในระบบเดลิเวอรี่ และช่วยดึงดูดยอดสั่งซื้อได้ดีที่สุด?

ตอบ : ควรเน้นเมนูที่ทนทานต่อการขนส่ง ไม่ยุบตัวหรือเสียทรงง่าย (หลีกเลี่ยงเมนูวิปครีมพูน ๆ หรือลาเต้อาร์ต) และควรเป็นเมนูที่ตอบสนองเทรนด์ในปัจจุบัน เช่น เครื่องดื่มยอดฮิตอย่าง ชาไทย มัทฉะ หรืออเมริกาโน่ โดยเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าสามารถ “คัสตอมไมซ์” (Customized) ได้เอง เช่น เลือกระดับความหวาน หรือเปลี่ยนเป็นนมทางเลือก นอกจากนี้ พฤติกรรมลูกค้าเดลิเวอรี่ มักชอบสั่งอาหารและเครื่องดื่มให้จบในร้านเดียว การเพิ่มเมนูคราฟท์เบเกอรี่ (เช่น ขนมไข่, ซาวโดวจ์) หรืออาหารจานเดียวที่ทานง่าย จะช่วยดึงดูดยอดสั่งซื้อได้ดีที่สุด

หากคุณกำลังมองหา “ใบชา” คุณภาพพรีเมียมที่ให้รสชาติเข้มข้น หอมคงที่ทุกล็อตการผลิต เพื่อนำไปรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มเดลิเวอรีสุดปังที่ใครก็เลียนแบบไม่ได้

Bluemocha (บลูมอคค่า) โรงคั่วชาเชียงใหม่ คือคำตอบที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ! เราคือโรงงานผลิตชาระดับมาตรฐานและผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการแบบครบวงจร (One Stop Service) พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์เคียงข้างความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะเป็นคาเฟ่ที่ต้องการรสชาติหลากหลาย แฟรนไชส์ที่ต้องการวัตถุดิบจำนวนมาก หรือโรงงานอุตสาหกรรม

  • วัตถุดิบหลากหลายกว่า 50 ชนิด : ครบจบในที่เดียว ทั้งชาไทย ชาเขียว ชาไต้หวัน โกโก้ เมล็ดกาแฟ และอื่น ๆ อีกมากมาย ให้คุณเลือกสรรไปต่อยอดเมนูได้อย่างไม่รู้จบ
  • บริการรับผลิตชา OEM&ODM ครบวงจร : พร้อมให้บริการสร้างแบรนด์ชาเป็นของคุณเอง (OEM) และบริการคิดค้นพัฒนาสูตรชาเฉพาะตัว (ODM) ที่ไม่ซ้ำใคร
  • คัดสรรคุณภาพและกำลังการผลิตสูง : เราคัดเลือกใบชาคุณภาพเยี่ยม ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ถูกหลักอนามัย มีสต็อกสินค้าขนาดใหญ่และกำลังการผลิตสูง พร้อมรองรับออร์เดอร์ปริมาณมากได้อย่างไร้รอยต่อ
  • บริการออกแบบโลโก้และบรรจุภัณฑ์ ฟรี! : ช่วยคุณประหยัดต้นทุนด้วยทีมงานออกแบบมืออาชีพ ที่พร้อมสร้างสรรค์แพ็กเกจจิ้งตามความต้องการของคุณ
  • บริการนำเข้า ส่งออก และจัดส่งทั่วประเทศ : มั่นใจได้ในศักยภาพระดับสากล ด้วยการส่งออกใบชามาตรฐานคุณภาพสูงสู่กว่า 18 ประเทศทั่วโลก

เรามีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา แนะนำสูตรชงสุดฮิต และพร้อมผลักดันยอดขายร้านกาแฟของคุณให้พุ่งทะยานในตลาด เดลิเวอรี่ ยกระดับแบรนด์ของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน ติดต่อเราได้ที่ LINE : @bluemochacoffee เพื่อขอรับตัวอย่างใบชาและคำปรึกษาฟรี!

Other Blogs